
ป.ป.ช.ฟันหัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย รีดเงินล้านผู้รับเหมาแลกงานบ่อบาดาล
ป.ป.ช.ฟัน “คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล” อดีต ส.ส.-หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย กับพวกรวม 7 ราย ปมแอบอ้างโครงการบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์ เรียกเงินมัดจำผู้รับเหมา 3 บริษัท รวม 1.09 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส. พร้อมพวกรวม 7 ราย
- มีพฤติการณ์ร่วมกันแอบอ้างโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์ เพื่อเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง 3 บริษัท
- เรียกรับเงินล่วงหน้าเป็นค่ามัดจำ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,090,000 บาท แต่ไม่สามารถนำโครงการมาให้ผู้รับเหมาได้จริง
- นายคฑาเทพถูกชี้มูลว่ามีความผิดทั้งทางอาญาและผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมพวกรวม 7 ราย จากกรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันแอบอ้างโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์ เพื่อเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง รวมเป็นเงินประมาณ 1,090,000 บาท
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของนายคฑาเทพและบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนแล้วเสร็จ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาวินิจฉัย ซึ่งผลการพิจารณาระบุว่าผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายมีมูลความผิดทางอาญาตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และในส่วนของนายคฑาเทพยังมีมูลความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรมด้วย
เปิดพฤติการณ์อ้างใกล้ชิดผู้ใหญ่ผลักดันโครงการรัฐ
จากผลการไต่สวนพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2563 โดย นายคฑาเทพกับพวกถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันนำโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ มาแอบอ้างเพื่อเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างจำนวน 3 บริษัท
พฤติการณ์ที่ตรวจพบตามสำนวนไต่สวนระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่านายคฑาเทพสามารถนำโครงการดังกล่าวมาให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างเข้าดำเนินงานได้ เนื่องจากเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและผลักดันโครงการดังกล่าว
ในการดำเนินการดังกล่าว มีการเรียกรับผลประโยชน์ในอัตราร้อยละ 25-30 ของมูลค่างาน พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการจ่ายเงินสดล่วงหน้าเป็นค่ามัดจำในอัตราร้อยละ 1.5 โดยผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างแต่ละรายได้จ่ายเงินให้แก่กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในจำนวนแตกต่างกัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,090,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการจ่ายเงินแล้ว นายคฑาเทพไม่สามารถนำโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์ดังกล่าวมาให้ผู้ประกอบการทั้ง 3 บริษัทเข้าดำเนินงานได้ จนนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการไต่สวนของ ป.ป.ช.ในเวลาต่อมา
ป.ป.ช.ชี้มูล 7 รายแยกข้อกล่าวหาตามพฤติการณ์
คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 รายมีมูลความผิดทางอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1
ป.ป.ช.ระบุว่ามีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 และมาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นอกจากนี้ ยังมีมูลความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27
2. นางสาวปราชญ์วลี อิทธิสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2
มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
3. นายทวนทอง เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3
มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
4. นายวัฒนพงษ์ สวนแก้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4
มีมูลความผิดทางอาญาตามบทบัญญัติเดียวกัน คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
5. นายสมบัติ สกุลฉิม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5
มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
6. นายเพชร นางาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6
มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
7. นายสุรพงษ์ พุทธิวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7
มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ทั้งนี้ การชี้มูลของ ป.ป.ช.เป็นผลการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนการดำเนินคดีและผลทางกฎหมายในขั้นต่อไป ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
ย้อนประวัติ “คฑาเทพ” อดีตหัวหน้าพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคฑาเทพ เคยดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองขนาดเล็กที่เข้าร่วมรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562
นอกจากนี้ นายคฑาเทพ ยังเคยเป็นข่าวจากกรณีมอบเหล็กไหลเป็นของขวัญวันเกิดให้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยกรณีดังกล่าวเคยมีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล ซึ่งอาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าเหล็กไหลอาจมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ได้ตีตกข้อกล่าวหาในกรณีการรับเหล็กไหลดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งเป็นคนละกรณีกับคดีที่มีมติชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการแอบอ้างโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์และเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในครั้งนี้






