thansettakij
thansettakij
'กรณ์' ซัด 'Bangkok Blueprint' ไร้ความหมาย หากไม่กล้าเช็กบิล 'คนมีเส้น'

'กรณ์' ซัด 'Bangkok Blueprint' ไร้ความหมาย หากไม่กล้าเช็กบิล 'คนมีเส้น'

16 ต.ค. 69 | 04:40 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 04:43 น.

'กรณ์' จี้รัฐบาล-เอกนิติ เอาจริงสแกมเมอร์ในประเทศ ชี้ 'Bangkok Blueprint' ไร้ความหมาย หากไม่ลุยปราบคนไทยมีคอนเนกชั่น-แก้จุดอ่อนข้อมูลรั่ว  

KEY

POINTS

  • นายกรณ์ จาติกวณิช ชี้ว่านโยบาย "Bangkok Blueprint" จะไร้ความหมาย หากรัฐบาลไม่จริงจังกับการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และผู้เกี่ยวข้องภายในประเทศ
  • เรียกร้องให้รัฐบาลกล้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับ "คนมีเส้น" ที่พัวพันขบวนการ โดยยกกรณีที่สภาสหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรบุคคลซึ่งมีชื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยฯ ของไทยรวมอยู่ด้วย
  • ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการตรวจสอบเครือข่ายสแกมเมอร์ในตลาดทุนโดย ก.ล.ต. และปัญหาข้อมูลประชาชนรั่วไหล ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการปัญหาภายในประเทศ

16 ตุลาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเครือข่ายสแกมเมอร์ ว่า แม้จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศบนเวทีโลก แต่อยากกระตุ้นให้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และรัฐบาล หันมาจริงจังกับการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์และผู้เกี่ยวข้องภายในประเทศไทยเองอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ทำเพียงระดับนโยบายหรือสร้างกรอบความร่วมมือที่สวยหรูเท่านั้น

ทั้งนี้ นายกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลตอบคำถามและเร่งดำเนินการใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. ความเสียหายทางเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน ย้ำเตือนถึงตัวเลขคดีหลอกลวงออนไลน์ที่สูงถึงประมาณ 1.3 ล้านคดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท (ตามข้อมูลที่เคยอภิปรายในสภาเมื่อเดือนกันยายน) ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือเงินเก็บทั้งชีวิตและการพังทลายของครอบครัวประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

2. กรณีสภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรเครือข่ายสแกมเมอร์ ชี้ให้เห็นว่า ประธานคณะกรรมาธิการสำคัญ 2 คณะของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ โดยมีชื่อของ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของไทย รวมอยู่ด้วย จึงขอให้หน่วยงานไทยเร่งพิสูจน์ความสามารถในการตรวจสอบผู้มีอำนาจ โดยไม่ต้องรอให้ต่างประเทศมากดดัน

3. ปัญหาข้อมูลทะเบียนราษฎรและระบบรัฐรั่วไหล ตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน หลังมีข่าวเมื่อเดือนสิงหาคมเรื่องรหัสผ่านเจ้าหน้าที่ถูกมัลแวร์ขโมยจนนำไปสู่การดึงข้อมูลขาย แม้กรมการปกครองจะปฏิเสธว่าฐานข้อมูลหลักยังไม่รั่ว แต่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าช่องโหว่อยู่ตรงไหน แก้ไขอย่างไร และใครต้องรับผิดชอบ

4. ความล่าช้าในการตรวจสอบตลาดทุนไทย จี้การทำงานของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เวลาผ่านไปกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ในตลาดหุ้นไทยที่เปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบได้

5. ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและธรรมาภิบาลองค์กรตรวจสอบ เอ่ยถึงกรณีเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรตรวจสอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามสัญญากับผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นสแกมเมอร์ จนถูกยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีใช้อำนาจตามกฎหมายพิจารณาให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง เพื่อรักษาหลักธรรมาภิบาลและสร้างความมั่นใจในความสว่างสะอาดและเป็นอิสระของการตรวจสอบ

นายกรณ์ ระบุทิ้งท้ายว่า แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานไทยจะเริ่มมีการยึดอายัดทรัพย์สินในคดีข้ามชาติ (เช่น เครือข่าย ยิม เลียก – เบน สมิธ) แต่การดำเนินการกับ "คนไทยที่มีคอนเนกชั่น" กลับเป็นไปอย่างล่าช้าและสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง "Bangkok Blueprint จะมีความหมายมากขึ้น

หากรัฐบาลนำหลักการบนเวทีโลกมาทำให้เห็นผลในประเทศ ทั้งการปกป้องข้อมูลประชาชน การติดตามเส้นทางเงิน การตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ และการช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรม การปราบสแกมเมอร์ไม่ได้สำเร็จด้วยกรอบความร่วมมือสวยหรูบนเวทีโลกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความจริงจัง ความโปร่งใส และความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ที่บ้านเราเอง นายกรณ์ กล่าว