
5 จังหวัดคลาย"ล็อกดาวน์"ส่อเค้าวุ่นหลังมท.ให้รอคำสั่งจากศบค.
5 จังหวัดประกาศคลายล็อกดาวน์ ส่อเค้าวุ่น หลังปลัดมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนให้ผู้ว่า รอคำสั่งเชิงนโยบายจากศบค.
หลังรัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการขยายระยะเวลาการบังคับพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2563 จนถึง 31 พ.ค.2563 พร้อมให้คงไว้ซึ่งมาตรการเคอร์ฟิวในเวลา 22.00-04.00 น. แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีมาตรการผ่อนคลาย “ล็อคดาวน์” ในรูปแบบใด
แต่ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดก็ออกประกาศผ่อนคลาย “ล็อกดาวน์” อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดดำเนินกิจการได้ในบางประเภท ดังนี้
1.ชลบุรียกเลิก"ล็อกดาวน์" 1พ.ค.
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ออกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ที่ 18/2563 มีคำสั่งให้กำหนดระยะให้จังหวัดชลบุรีผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563
2.น่านคลาย"ล็อกดาวน์"เปิดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงนามในประกาศจังหวัดน่าน เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โรคโควิด 19 ฉบับที่ 4 ให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เปิดจําหน่ายสินค้า กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2563 แต่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกําหนดโดยเคร่งครัด ดังนี้
1. ให้ทําความสะอาด โดยการเช็ดทําความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่ที่เกี่ยวข้อง และให้ กําจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
2.ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ลูกจ้าง รวมทั้งลูกค้าและผู้มารับบริการสวมหน้ากากอนามัยหรือ หน้ากากผ้า
3. ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือน้ำยา ฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าไปซื้อสินค้า โดยห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่จะต้องจัดเตรียมล้างมือ สบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสําหรับบุคคลดังกล่าวด้วย 4. ให้ควบคุมจํานวนลูกค้าหรือผู้มารับบริการมิให้แออัด
3.นครราชสีมา ผ่อนปรน"ล็อกดาน์"เปิดตลาดนัด
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 256 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกคำสั่งจังหวัดฯ ที่ 4676/2563 เกี่ยวกับเรื่องเปิดตลาดนัด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2563 ระบุว่า จังหวัดนครราชสีมา เห็นสมควรให้ผ่อนคลายมาตรการบางประการ เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาสามารถประกอบอาชีพได้ในบางกรณีฯ โดยให้ดำเนินการเปิดตลาดนัดในวันที่ 29 เมษายน 2563 เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
แต่การผ่อนปรนเปิดตลาดนัดมีข้อจำกัดให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ใน 5 หมวดประเภท ประกอบด้วย สินค้าอาหารสด , สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน , สินค้าเครื่องครัว , สินค้าชำระล้างและทำความสะอาด , สินค้าที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ดอกไม้ ธูป เทียน เท่านั้น และยังคงต้องใช้มาตรการป้องกันควบคุมการแพร่กระจายของโรคโควิด19 ได้แก่
จัดให้มีช่องทางเข้าออกที่ชัดเจน
ผู้ค้าและผู้ใช้บริการในพื้นที่ตลาดนัด ต้องสวมหน้ากากผ้า,หน้ากากอนามัยตลอดเวลา
ให้มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และจัดเจลแอลกอฮอล์ไว้ให้บริการ
เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1.5 เมตรระหว่างผ่านช่องทางเข้าออก และจุดยืนซื้อสินค้า
การตั้งแผงห่างอย่างน้อย 2 เมตร และประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันควบคุมโรคเป็นระยะ
จัดจุดจอดรถเพื่อนำสินค้ามาจำหน่ายไม่แออัด
จัดถุงขยะตามจุดต่างๆ และถังขยะติดเชื้อให้เพียงพอสำหรับทิ้งหน้ากาก ทิชชู
ต้องทำความสะอาดสถานที่ทั้งก่อนและหลังจำหน่ายสินค้า
หลีกเลี่ยงการหยิบจับ ส่งต่อสินค้า รับเงินทอนเงิน ใส่มือผู้ซื้อโดยตรง
4.ภูเก็ตคลาย"ล็อกดาวน์"เปิดรอยต่อระดับตำบล
ขณะที่จังหวัดภูเก็ตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 23/2563 วันที่ 28 เมษายน 2563 มีมติเปิดพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลทุกตำบล ยกเว้นพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคหรือพบผู้ติดเชื้อโควิด -19 รวม 5 จุด อยู่ระหว่างออกประกาศอย่างเป็นทางการ
5.กทม.คลาย"ล็อกดาวน์" 8 ประเภท
ล่าสุดวันนี้ 29 เมษายน 2563 กรุงเทพมหานครออกประกาศมาตรการผ่อนคลาย “ล็อกดาวน์” โดยมีแนวทางผ่อนปรน 8 ประเภทสถานที่ให้กลับมาเปิดบริการ แต่ยังไม่ระบุวัน ให้รอประกาศพร้อม ศบค. ได้แก่
1. ร้านอาหาร: นั่งทานที่ร้านได้โดยจัดที่นั่งห่างกัน 1.5 เมตร ห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และให้เปิดตามเวลากำหนดของ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"
2. ตลาดและตลาดนัด: อนุญาตให้ขายสินค้าได้ทุกประเภท
3. สถานที่ออกกำลังกาย: เปิดได้เฉพาะกีฬาที่ไม่ใกล้ชิดกัน เช่น เดิน วิ่ง แบตมินตัน เทนนิส โดยไม่อนุญาตกีฬาประเภททีมที่ต้องใกล้ชิดกัน
4. สวนสาธารณะ: ให้เข้าใช้ออกกำลังกาย พักผ่อนได้ แต่ห้ามจับกลุ่มสังสรรค์
5. ร้านตัดผม: อนุญาตเฉพาะตัด,สระ,ไดร์เท่านั้น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชม. ให้จองคิวไม่ให้นั่งรอในร้าน ช่างต้องใส่หน้ากากและ Face Shield
6. ร้านตัดขนสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์: นำสัตว์เข้าร้านได้ครั้งละ 1 คนต่อ1 ตัว ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชม.
7. โรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาล: หากมีอาการป่วย มีไข้ ไอ เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง ต้องรีบพบแพทย์ทันที
8. สนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อม: ให้เปิดบริการได้ตามเวลากำหนดของ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 ที่ผ่านมานายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ทุกจังหวัดรอคำสั่งเชิงนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ก่อนออกคำสั่งหรือประกาศของจังหวัดที่เกี่ยวข้อง
หนังสือฉบับดังกล่าว ระบุว่า หลังจากนายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้มีประกาศลงวันที่ 28 เม.ย.63 จำนวน 3 ฉบับ1.ประกาศเรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 1) โดยให้ขยายระยะเวลาการบังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2563 จนถึง 31 พ.ค.2563
2.การให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลบังคับใช้ โดยให้บรรดาประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5-2563 เรื่องการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 และแก้ไขเพิ่มเติม ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่ 1 พ.ค.2563 เป็นต้นไป
3.การให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกฯ ที่กำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ โดยให้บรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกฯ กำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่านายกฯ จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2563
จึงขอให้จังหวัดถือปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ การออกคำสั่งหรือประกาศของจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ให้รอการสั่งการเชิงนโยบายจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ก่อน เพื่อให้เกิดเอกภาพพร้อมกันทั่วประเทศ และมีข้อกฎหมายรองรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติต่อไป
ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 เมษายน 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(ฉบับที่ 4 ) โดยมีสาระสำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกข้อกําหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังนี้
ให้บรรดาประกาศหรือคําสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ผู้มีอํานาจตามกฎหมายว่าด้วย การเดินอากาศและกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนวันที่ข้อกําหนดนี้ใช้บังคับ ไม่ว่าจะเป็นการห้าม การให้กระทําการ หรือการผ่อนคลายใด ๆ ซึ่งถือว่าเป็นประกาศหรือสั่ง ตามข้อกําหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม จนกว่าจะได้มีข้อกําหนด ประกาศ หรือ คําสั่งเป็นอย่างอื่น






