thansettakij
เม็ดเงินต่างชาติเริ่มเปลี่ยนทิศ กูรูชี้ตลาดหุ้นเกิดใหม่เด่น หุ้นไทยได้แรงหนุน

เม็ดเงินต่างชาติเริ่มเปลี่ยนทิศ กูรูชี้ตลาดหุ้นเกิดใหม่เด่น หุ้นไทยได้แรงหนุน

12 ก.พ. 2569 | 03:05 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 03:05 น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงปรับฐาน กดดันความคาดหวังลดดอกเบี้ยของเฟด นักวิเคราะห์ชี้เม็ดเงินลงทุนเริ่มขยับสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) พร้อมประเมินหุ้นไทยได้อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นและกำไร บจ. โตแรง

KEY

POINTS

  • กระแสเงินทุน (Fund Flow) เริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว (DM) โดยเฉพาะสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ที่มีมูลค่าน่าสนใจกว่า
  • ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4/68 ที่เติบโตสูง
  • ความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติในระยะต่อไป

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นวันนี้ (12 ก.พ. 69 ) ว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงนี้อยู่ในภาวะปรับฐาน

โดยล่าสุดตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือน ม.ค. 2569 พุ่งขึ้นถึง 130,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เกือบ 2 เท่า และอัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.3% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน

ซึ่งทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย ฝ่ายวิจัยฯ พบสัญญาณเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) ไหลออกจากตลาดประเทศพัฒนาแล้ว (DM) โดยเฉพาะสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (EM) มากขึ้น

เนื่องจากมูลค่า (Valuation) ของตลาด EM ที่น่าสนใจกว่า ประกอบกับผลกำไรไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดเพียงเล็กน้อย (3.6%) และตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มมีความผันผวนสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มองว่าการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ อาจต้องจับตารายตัว โดย NetEase ร่วง ในขณะที่ McDonald’s รุ่ง ในฝั่งหุ้นรายตัวโลก NetEase (9999 HK) รายงานงบไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด ทั้งรายได้และกำไร โดยเฉพาะธุรกิจเกมที่ชะลอตัว

ในขณะที่ McDonald’s (MCD US) โชว์ผลงานแข็งแกร่ง โดยยอดขายและกำไรเติบโตถึง 10% ซึ่งรับแรงหนุนโดยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในสหรัฐฯ ที่เติบโตเด่นสุดในรอบ 2 ปี จากการเน้นกลยุทธ์ความคุ้มค่า

เศรษฐกิจรอด Recession - กำไร บจ. โต

ในขณะที่ฝั่งประเทศไทยนั้น มองว่ามีสัญญาณบวกชัดเจนขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) ได้ ด้วย GDP ที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัว +0.2% จากไตรมาสก่อน และเติบโต +1.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2569

นอกจากนี้ ความชัดเจนทางการเมืองจากไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยดึงดูด Fund Flow ในระยะถัดไป ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยงวดไตรมาส 4/2568 (จาก 215 บริษัท) คาดว่าจะมีกำไรสุทธิรวม 2.4 แสนล้านบาท

แม้จะลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน -2.8% จากไตรมาสก่อน แต่เติบโตสูงถึง +78.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งจากฐานต่ำ โดยกลุ่มที่เติบโตได้ดีทั้งจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ได้แก่ เกษตร (AGRI), สื่อ (MEDIA), พาณิชย์ (COMM), กองทุนอสังหาฯ (PF&REIT), บรรจุภัณฑ์ (PKG), ขนส่ง (TRANS), ไอซีที (ICT), พลังงาน (ENERG) และการเงิน (FIN)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ดักเก็บหุ้นรับตรุษจีน จากสถิติย้อนหลัง 20 ปี (ตัดปีที่มีเหตุการณ์พิเศษ) พบว่าตลาดหุ้นโลกมักปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วง 5 วันก่อนและหลังตรุษจีน โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่มักบวกเฉลี่ยราว 2%

โดยหุ้นไทย แม้สถิติในอดีตมักจะย่อตัวหลังตรุษจีนเล็กน้อย แต่ในปี 'ม้า 2569' นี้ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่าหุ้นไทยมีโอกาส 'ไปต่อ' ปัจจัยหนุนสำคัญคือแนวโน้ม GDP ที่ดีขึ้น การท่องเที่ยวที่คึกคักจากกระแสเพลง 'Bangkok City' และกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ฟื้นตัว

หุ้นเด่นแนะนำ (Strategic Picks)

ในแง่ของการลงทุนในระยะสั้นี้ แนะนำเน้นหุ้นที่เข้าคำนวณดัชนี MSCI, หุ้นอิงราคาน้ำมัน, และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
• กลุ่ม Global & Oil Play: IVL, CRC, PTT, PTTEP
• กลุ่ม Domestic & GDP Play: CPALL, TIDLOR, BBL
• กลุ่มท่องเที่ยว: ERW, CENTEL, MINT

 

ดังนั้นแล้ว ภาพรวมการลงทุนในช่วงนี้ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เผชิญความผันผวนจากมุมมองอัตราดอกเบี้ยและทิศทาง Fund Flow ที่เริ่มขยับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น

ขณะเดียวกันปัจจัยภายในประเทศของไทยเริ่มมีสัญญาณบวก ทั้งแนวโน้ม GDP ที่กลับมาขยายตัว การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ภายใต้บริบทดังกล่าว นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการประเมินปัจจัยพื้นฐานควบคู่กับการติดตามปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อกระแสเงินทุนและความผันผวนของตลาด การจัดพอร์ต การบริหารความเสี่ยง และการพิจารณาคุณภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจลงทุนในภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว