thansettakij
'ภูมิใจไทย' ขึ้นแท่นตัวเต็งตั้งรัฐบาล Quick Win หนุนหุ้นค้าปลีก–เครื่องดื่ม– นอนแบงก์

'ภูมิใจไทย' ขึ้นแท่นตัวเต็งตั้งรัฐบาล Quick Win หนุนหุ้นค้าปลีก–เครื่องดื่ม– นอนแบงก์

09 ก.พ. 2569 | 02:24 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 02:24 น.

การเมืองคลี่คลาย หนุนบรรยากาศลงทุน หลัง ‘ภูมิใจไทย’ นำโด่งจ่อจัดตั้งรัฐบาล คาดตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวก กลุ่ม Domestic Play ได้อานิสงส์เต็มจากนโยบาย Quick Win ชู 7 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์

KEY

POINTS

  • พรรคภูมิใจไทยถูกมองเป็นตัวเต็งในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง
  • นโยบาย "Quick Win" ที่มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส คาดว่าจะถูกผลักดันเป็นนโยบายหลัก
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก กลุ่มเครื่องดื่ม และกลุ่มการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นอนแบงก์)

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า มีความเป็นไปได้สูงค่อนข้างมากที่พรรคภูมิใจไทยจะชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับแรกและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

โดยนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ได้เคยหาเสียงไว้ (ที่เกี่ยวกับตลาดหุ้น) ประกอบไปด้วย คนละครึ่งพลัส ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท และคาดว่ากระทรวงการคลังจะอยู่ภายในการดูแลของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส

ภายใต้โปรเจ็กต์ Quick big win ที่มักจะชูโรงกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านคนละครึ่งนั้น มองว่าจะเป็นผลดีกับหุ้นในกลุ่มค้าปลีก อาทิ BJC CPAXT CPALL, เครื่องดื่ม เช่น ICHI OSP CBG รวมไปถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อย่าง STECON และ กลุ่ม Non bank เช่น MTC SAWAD และ TIDLOR

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นที่ของ 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' ที่เน้นเปิดตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะดีกับหุ้นในกลุ่มส่งออก อย่าง ITC TU

อย่างไรก็ตาม ณ ข้อมูลช่วง 20.44 น. การนับคะแนนไปแล้ว 16% ภูมิใจไทยครองเสียงมากถึง 200 เสียง (คิดเป็น 40% ของจำนวนเสียงในสภา) ต้องการอีกเพียง 50 เสียงก็จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากได้ไม่ยาก

ต้องถือว่าเสียงของรัฐบาลแข็งแกร่ง และมีอำนาจค่อนข้างเต็มในการเดินนโยบาย ส่งผลให้คาดว่าตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงบวกจากความแข็งแกร่งของรัฐบาล

นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดมุมมองต่อผลการเลือกตั้งว่า สำหรับผลการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เบื้องต้น พรรค 'ภูมิใจไทย' น่าจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมี 'อนุทิน ชาญวีรกูล' เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยคาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม โดยคะแนนเบื้องต้นของสองพรรคน่าจะเกิน 250 ขณะที่ 'พรรคประชาชน' แถลงยอมรับผลการเลือกตั้ง หากภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลสำเร็จ พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ ทางฝ่ายมองว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะตอบรับเชิงบวก เนื่องจากมีโอกาสที่การตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้เร็ว และมีเสถียรภาพ ดังนั้น จึงประเมินกรอบแนวต้านวันนี้ (9 ก.พ. 69) ไว้ที่ระดับ 1,375 - 1,380 จุด

หุ้นรับประโยชน์จากรัฐบาล 'ภูมิใจไทย'

  • การเงิน : MTC, KTC, SAWAD 
  • การบริโภคในประเทศ : CPAXT, MOSHI, CBG, OSP, CPALL
  • นิคมอุตสาหกรรม : WHA, AMATA 
  • ก่อสร้าง : STECON, CK, UNIQ
  • ธนาคาร : KTB, KBANK, KKP, TISCO
  • อสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, SIRI, SC
  • ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง : CENTEL, ERW, BA, CPN

ผลการเลือกตั้งที่เริ่มสะท้อนทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลอย่างชัดเจน ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น หากการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นได้รวดเร็วและมีเสถียรภาพ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภายในประเทศจะกลายเป็นตัวแปรที่ตลาดให้ความสำคัญมากขึ้น

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังควรติดตามความชัดเจนของโครงสร้างรัฐบาล นโยบายด้านการคลัง และการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจในทางปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ