thansettakij
ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ ผงาดแกนนำรัฐบาล หุ้นไทยลุ้น Post-Election Rally เงินทุนไหลเข้า

ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ ผงาดแกนนำรัฐบาล หุ้นไทยลุ้น Post-Election Rally เงินทุนไหลเข้า

09 ก.พ. 2569 | 02:55 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 03:28 น.

การเมืองคลี่คลายหลังเลือกตั้ง 69 ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์นั่งแกนนำรัฐบาล ลดความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย โบรกชี้ SET มีลุ้น Post-Election Rally รับ Fund Flow ไหลเข้า–เปิดโผหุ้นเด่นอานิสงส์นโยบายรัฐและท่องเที่ยว

KEY

POINTS

  • พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ด้วย 194 ที่นั่ง เตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สร้างเสถียรภาพทางการเมือง
  • ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น (Post-Election Rally) จากความชัดเจนทางการเมือง และคาดว่าจะมีเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้า
  • รัฐบาลใหม่เตรียมผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.48 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มบริโภค ท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดมุมมองต่อเจาะลึกทิศทางการเมืองและตลาดทุนไทย หลังทราบผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ว่า จับตา 'ภูมิใจไทย' แลนด์สไลด์นั่งแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

โดยบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (9 ก.พ.69) มองว่ามีแนวโน้มสดใสและมีโอกาสเดินหน้าต่อ จากความชัดเจนทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ 'ภูมิใจไทย' ผงาดแกนนำรัฐบาล

พลิกโฉมการเมืองไทย ผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งกว่า 92.83% บ่งชี้ว่า 'พรรคภูมิใจไทย' ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย (Landslide) กวาดที่นั่งไปกว่า 194 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 123 ที่นั่ง) ก้าวขึ้นเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตามมาด้วยพรรคประชาชน 116 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 76 ที่นั่ง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า สมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพสูงมาก ไม่ว่าจะจับมือกับขั้วใด เช่น หากจับมือกับเพื่อไทยจะมีเสียงรวมกันกว่า 270 ที่นั่ง หรือหากจับมือกับพรรคประชาชนจะสูงถึง 327+ ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

จากประเด็นการเปิดโผ 5 นโยบายเรือธง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของภูมิใจไทย เตรียมผลักดันนโยบายหาเสียงมูลค่ารวม 1.48 แสนล้านบาท โดยมีนโยบายเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ ได้แก่

  1. ลดค่าไฟเหลือหน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 หน่วยแรก) มูลค่า 63,360 ล้านบาท
  2. โครงการคนละครึ่ง พลัส กระตุ้นการจับจ่าย มูลค่า 44,000 ล้านบาท
  3. ทหารอาสา ปฏิรูปกองทัพ มูลค่า 22,700 ล้านบาท
  4. พยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงวัย มูลค่า 13,500 ล้านบาท
  5. มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท มูลค่า 3,200 ล้านบาท

ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ ผงาดแกนนำรัฐบาล หุ้นไทยลุ้น Post-Election Rally เงินทุนไหลเข้า

ฝ่ายวิจัยฯ ตั้งข้อสังเกตถึงความท้าทายด้านภาระงบประมาณ เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินโดยตรง ซึ่งรัฐบาลใหม่ต้องบริหารจัดการเพื่อไม่ให้หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% ของ GDP

สำหรับตลาดหุ้นวันนี้ (9 ก.พ. 69) มองว่าจะรับข่าวดี มีลุ้นเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้า ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสเกิด 'Post-Election Rally' หรือการปรับตัวขึ้นหลังเลือกตั้ง

โดยสถิติในอดีตพบว่า 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง หุ้นมักปรับตัวบวกเฉลี่ย 2.5% ประกอบกับค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้น สะท้อนถึงกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีกระแสอื่นๆ ผลักดัน คือ MSCI อาจไม่ลดน้ำหนักหุ้นไทยในรอบนี้เหมือนรอบอื่นๆ เพราะ ตลาดหุ้นไทยเริ่ม OUTPERFORM ได้ดี อีกทั้งใกล้ช่วงตุษจีน + มีกระแส BANGKOK CITY กลยุทธ์แนะนำหุ้นเด่นรับนโยบายหลังเลือกตั้ง FUND FLOW ไหลเข้า รับนักท่องเที่ยวจีนช่วงตรุษจีน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นนั้น ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำเก็งกำไรในธีม Global Rebalance และหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายหลังเลือกตั้ง รวมถึงหุ้นที่รับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน โดยมีรายชื่อหุ้นเด่น (Top Picks) ดังนี้

  • กลุ่มรับอานิสงส์นโยบายและการบริโภค: CPALL, CPAXT, BJC, TIDLOR, MTC
  • กลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์: BDMS, PR9, CENTEL, ERW
  • กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน: STECON, GULF

อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งปี 2569 ที่ส่งสัญญาณชัดว่า “ภูมิใจไทย” ก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ภาพรวมการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุน โดยเฉพาะในช่วงสั้นถึงกลางที่ความไม่แน่นอนด้านนโยบายลดลง

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่า และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม ภาระงบประมาณและวินัยการคลังยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป

สำหรับนักลงทุน การประเมินทิศทางตลาดหลังเลือกตั้งจึงควรพิจารณาทั้งปัจจัยการเมือง นโยบายเศรษฐกิจ และกระแสเงินทุนควบคู่กัน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ