
ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ ผงาดแกนนำรัฐบาล หุ้นไทยลุ้น Post-Election Rally เงินทุนไหลเข้า
การเมืองคลี่คลายหลังเลือกตั้ง 69 ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์นั่งแกนนำรัฐบาล ลดความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย โบรกชี้ SET มีลุ้น Post-Election Rally รับ Fund Flow ไหลเข้า–เปิดโผหุ้นเด่นอานิสงส์นโยบายรัฐและท่องเที่ยว
KEY
POINTS
- พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ด้วย 194 ที่นั่ง เตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สร้างเสถียรภาพทางการเมือง
- ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น (Post-Election Rally) จากความชัดเจนทางการเมือง และคาดว่าจะมีเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้า
- รัฐบาลใหม่เตรียมผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.48 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มบริโภค ท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดมุมมองต่อเจาะลึกทิศทางการเมืองและตลาดทุนไทย หลังทราบผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ว่า จับตา 'ภูมิใจไทย' แลนด์สไลด์นั่งแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
โดยบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (9 ก.พ.69) มองว่ามีแนวโน้มสดใสและมีโอกาสเดินหน้าต่อ จากความชัดเจนทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ 'ภูมิใจไทย' ผงาดแกนนำรัฐบาล
พลิกโฉมการเมืองไทย ผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งกว่า 92.83% บ่งชี้ว่า 'พรรคภูมิใจไทย' ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย (Landslide) กวาดที่นั่งไปกว่า 194 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 123 ที่นั่ง) ก้าวขึ้นเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตามมาด้วยพรรคประชาชน 116 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 76 ที่นั่ง
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า สมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพสูงมาก ไม่ว่าจะจับมือกับขั้วใด เช่น หากจับมือกับเพื่อไทยจะมีเสียงรวมกันกว่า 270 ที่นั่ง หรือหากจับมือกับพรรคประชาชนจะสูงถึง 327+ ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จากประเด็นการเปิดโผ 5 นโยบายเรือธง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของภูมิใจไทย เตรียมผลักดันนโยบายหาเสียงมูลค่ารวม 1.48 แสนล้านบาท โดยมีนโยบายเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ ได้แก่
- ลดค่าไฟเหลือหน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 หน่วยแรก) มูลค่า 63,360 ล้านบาท
- โครงการคนละครึ่ง พลัส กระตุ้นการจับจ่าย มูลค่า 44,000 ล้านบาท
- ทหารอาสา ปฏิรูปกองทัพ มูลค่า 22,700 ล้านบาท
- พยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงวัย มูลค่า 13,500 ล้านบาท
- มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท มูลค่า 3,200 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัยฯ ตั้งข้อสังเกตถึงความท้าทายด้านภาระงบประมาณ เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินโดยตรง ซึ่งรัฐบาลใหม่ต้องบริหารจัดการเพื่อไม่ให้หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% ของ GDP
สำหรับตลาดหุ้นวันนี้ (9 ก.พ. 69) มองว่าจะรับข่าวดี มีลุ้นเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้า ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสเกิด 'Post-Election Rally' หรือการปรับตัวขึ้นหลังเลือกตั้ง
โดยสถิติในอดีตพบว่า 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง หุ้นมักปรับตัวบวกเฉลี่ย 2.5% ประกอบกับค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้น สะท้อนถึงกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง
นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีกระแสอื่นๆ ผลักดัน คือ MSCI อาจไม่ลดน้ำหนักหุ้นไทยในรอบนี้เหมือนรอบอื่นๆ เพราะ ตลาดหุ้นไทยเริ่ม OUTPERFORM ได้ดี อีกทั้งใกล้ช่วงตุษจีน + มีกระแส BANGKOK CITY กลยุทธ์แนะนำหุ้นเด่นรับนโยบายหลังเลือกตั้ง FUND FLOW ไหลเข้า รับนักท่องเที่ยวจีนช่วงตรุษจีน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นนั้น ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำเก็งกำไรในธีม Global Rebalance และหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายหลังเลือกตั้ง รวมถึงหุ้นที่รับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน โดยมีรายชื่อหุ้นเด่น (Top Picks) ดังนี้
- กลุ่มรับอานิสงส์นโยบายและการบริโภค: CPALL, CPAXT, BJC, TIDLOR, MTC
- กลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์: BDMS, PR9, CENTEL, ERW
- กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน: STECON, GULF
อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งปี 2569 ที่ส่งสัญญาณชัดว่า “ภูมิใจไทย” ก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ภาพรวมการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุน โดยเฉพาะในช่วงสั้นถึงกลางที่ความไม่แน่นอนด้านนโยบายลดลง
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่า และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม ภาระงบประมาณและวินัยการคลังยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป
สำหรับนักลงทุน การประเมินทิศทางตลาดหลังเลือกตั้งจึงควรพิจารณาทั้งปัจจัยการเมือง นโยบายเศรษฐกิจ และกระแสเงินทุนควบคู่กัน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ




