

KEY
POINTS
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 ก.พ. 69 ) ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียเริ่มต้นปี 2569 ได้อย่างสดใส
โดย 4 ตลาดหลักที่ทำผลงานโดดเด่นให้ผลตอบแทนเป็นบวกเกิน 10% ได้แก่ เกาหลีใต้ (+25%), ญี่ปุ่น (+14%), ไต้หวัน (+14%) และ ไทย (+12%) สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและ Fund Flow ที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคนี้ต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดหุ้นฝั่งประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ และยุโรปที่ผลตอบแทนยังตามหลัง
ทั้งนี้ อาจยังต้องเกาะติด MSCI Rebalance โดยแนะนำกลยุทธ์เก็งกำไรก่อนวันบังคับใช้ MSCI ประกาศปรับน้ำหนักดัชนีรอบไตรมาส 1/2569 (MSCI Rebalance) ซึ่งจะมีผล ณ ราคาปิดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดหุ้นไทย ดังนี้
หุ้นเข้าใหม่ (Additions) : กลุ่ม MSCI Global Small Cap ได้แก่ CRC, IVL, JTS แนะนำเก็งกำไรรับแรงซื้อจากกองทุน Active และ Passive Fund
หุ้นที่ถูกถอดออก (Deletions) :
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นโลกที่น่าสนใจในธีม MSCI Global Standard เช่น SenseTime (จีน) ธุรกิจ AI และ Ibiden (ญี่ปุ่น) ผู้ผลิตแผ่นรองชิป
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกนั้น มองว่าสหรัฐฯ แผ่วลง ขณะเดียวกันอาจยังต้องจับตา BoJ เซอร์ไพรส์ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือน ธ.ค. อยู่ที่ 0.0% จากเดือนก่อน ซึ่งต่ำกว่าคาด สะท้อนกำลังซื้อที่แผ่วลง
ปัจจัยนี้กดดันให้ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงสู่ 4.1% ท่ามกลางความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องระวังคือการแข็งค่าของเงินเยน
หากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เซอร์ไพรส์ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.0% ในการประชุมเดือน มี.ค. อาจกระตุ้นให้เกิดการ Unwind Yen Carry Trade ซึ่งจะสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในระยะสั้น
สำหรับนโยบายไทย ปี 2569 นั้น มองว่า เลิก 'ช้อปดีมีคืน' มุ่งสู่ 'TISA' สำหรับประเทศไทย รัฐบาลตั้งเป้าประคองเศรษฐกิจปี 2569 ให้ขยายตัว 2% โดยประกาศให้เป็น 'ปีแห่งการลงทุน' (Investment Year) เน้นโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ที่สำคัญคือการ 'เปลี่ยนแนวคิดทางภาษี' ครั้งใหญ่ โดยจะไม่ต่ออายุโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้นอย่าง 'ช้อปดีมีคืน' หรือ 'Easy E-Receipt' แต่จะผลักดัน 'กองทุนการออมส่วนบุคคล' (TISA) เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและความมั่นคงทางการเงินแทน