thansettakij
"ไพบูลย์" มองการเมืองนิ่งเปิดทางหุ้นไทย ลุ้น 1,500 จุด ดัน TISA ฟื้นสภาพคล่องตลาดทุน

"ไพบูลย์" มองการเมืองนิ่งเปิดทางหุ้นไทย ลุ้น 1,500 จุด ดัน TISA ฟื้นสภาพคล่องตลาดทุน

10 ก.พ. 2569 | 11:09 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.พ. 2569 | 11:09 น.

TISCO ชี้ตลาดหุ้นไทยตอบรับผลเลือกตั้งเชิงบวก คาดเสถียรภาพการเมืองหนุนความเชื่อมั่น มีลุ้นดัชนีแตะ 1,500 จุด หากรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ พร้อมผลักดัน TISA ฟื้นสภาพคล่อง-เสถียรภาพตลาดทุน

KEY

POINTS

  • นายไพบูลย์มองว่าเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้งที่ชัดเจน เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญและเปิดทางให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว
  • คาดการณ์ว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1,500 จุด หากรัฐบาลใหม่สามารถจัดตั้งได้รวดเร็วและมีนโยบายเศรษฐกิจที่สร้างความเชื่อมั่น
  • เสนอให้ผลักดันโครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account) เพื่อเป็นกลไกแก้ปัญหาสภาพคล่องในตลาดทุน โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีถาวรสำหรับการลงทุนในหุ้นไทย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีผลการนับคะแนนที่มีความชัดเจนมากขึ้น จากชัยชนะอย่างถล่มทลายของ 'พรรคภูมิใจไทย' ที่มี 'นายอนุทิน ชาญวีรกูล' เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกอย่างชัดเจน 

โดยจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นไทยตอบรับผลการเลือกตั้งอย่างร้อนแรง ปรับตัวขึ้นมาเฉียด 50 จุด ท่ามกลางความคาดหวังว่า จะเกิดเสถียรภาพทางการเมืองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และรัฐบาลใหม่จะสามารถจัดตั้งได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และมีศักยภาพเพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

หากว่าการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีอะไรผิดพลาดและเกิดขึ้นได้เร็ว การเบิกจ่ายงบประมาณไม่ชะลอตัว มองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุด รวมถึงหากรัฐบาลใหม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนว่า เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพกลับมาขยายตัวในระดับ 4% ต่อปี ในช่วงถัดไป แทนการเติบโตเฉลี่ยราว 2% ต่อปี ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แต่เงื่อนไขสำคัญคือ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน 2 จะต้องเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้าง มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน และสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที นักลงทุนต้องการเห็นนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไทยอย่างจริงจัง

โดยเฉพาะปัญหาหนี้ที่อยู่ในระดับสูง อัตราการออมต่ำ ลงทุนต่ำ และผลิตภาพโดยรวมของเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงนโยบายที่ช่วยยกระดับศักยภาพของภาคการผลิตและภาคเกษตรกรรม ผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่

สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ขณะเดียวกันรัฐบาลใหม่ควรเร่งผลักดันการสร้าง เครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่ และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัล ยานยนต์แห่งอนาคต การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการแพทย์ครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว 

ที่สำคัญที่สุด คือ นโยบายที่ใช้ ตลาดทุนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยถือเป็นโจทย์เร่งด่วน

โดยหนึ่งในแนวทางที่ตอบโจทย์ คือโครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account) เพราะเป็นการให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้แบบถาวรสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทั้งการลงทุนโดยตรงในหุ้นรายตัว และการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวม

"ไพบูลย์" มองการเมืองนิ่งเปิดทางหุ้นไทย ลุ้น 1,500 จุด ดัน TISA ฟื้นสภาพคล่องตลาดทุน

อย่างไรก็ตาม การออกแบบโครงการจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจอย่างแท้จริง เข้าใจง่าย และไม่มีเงื่อนไขซับซ้อนจนเป็นข้อจำกัด โดยควรแยกวงเงินออกจากการออมเพื่อการเกษียณอายุเดิม และกำหนดวงเงินให้สูงพอที่จะจูงใจการลงทุน ในระยะแรกควรมุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่มีกำลังลงทุนสูง เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สุดท้าย รัฐบาลไม่ควรมองข้าม ผลของ Wealth Effect จากตลาดหุ้น ซึ่งสามารถสร้าง 'แรงส่งทางเศรษฐกิจ' ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด