thansettakij
thansettakij
เงินบาทปิด 33.15 อ่อน 21 สตางค์ แตะ 33.19 บาท/ดอลลาร์ อ่อนสุดรอบ 2 สัปดาห์

เงินบาทปิด 33.15 อ่อน 21 สตางค์ แตะ 33.19 บาท/ดอลลาร์ อ่อนสุดรอบ 2 สัปดาห์

31 ส.ค. 69 | 11:31 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ส.ค. 69 | 11:31 น.

เงินบาทปิด 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ อ่อน 21 สตางค์ แตะ 33.19 อ่อนสุดรอบ 2 สัปดาห์ ดอลลาร์แข็งจากคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย จับตา PMI-ฟันด์โฟลว์-ราคาทองคำ

KEY

POINTS

  • เงินบาทปิดตลาดที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลง 21 สตางค์ โดยระหว่างวันแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 33.19 บาท
  • ปัจจัยหลักที่กดดันเงินบาทมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังประธานเฟดแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อ และราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง
  • เงินบาทฟื้นตัวจากระดับอ่อนค่าสุดระหว่างวันได้เล็กน้อย หลังนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย

เงินบาทปิดตลาดที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ อ่อนค่า 21 สตางค์จากวันก่อน หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 33.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามทิศทางสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำโลกที่ร่วงลง ขณะที่ดอลลาร์ฯ ได้แรงหนุนจากคาดการณ์เฟดอาจกลับมาคุมเข้มนโยบายการเงิน หลังประธานเฟดส่งสัญญาณกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ

 

เงินบาทอ่อนแตะ 33.19 ก่อนปิด 33.15

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทวันนี้(31 ส.ค.69) อ่อนค่าลงตามทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย โดยระหว่างวันแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 33.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนลดช่วงการอ่อนค่าและกลับมาปิดตลาดที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดวันทำการก่อนหน้าที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ หรืออ่อนค่าลง 21 สตางค์ 

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งเป็นอีกแรงกดดันต่อเงินบาท ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์แนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่อาจกลับมาเข้มงวดมากขึ้น

ตลาดจับตาสัญญาณเฟด หลังห่วงเงินเฟ้อ

แรงหนุนดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นหลังสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยตลาดประเมินว่าเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายของเฟดต่อไปอีกระยะ

ส่งผลให้เกิดการปรับมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และเพิ่มแรงซื้อดอลลาร์ฯ ขณะที่สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอ่อนค่าลงตาม

อย่างไรก็ตาม เงินบาทลดช่วงการอ่อนค่าในช่วงบ่าย หลังมีแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งช่วยพยุงเงินบาทให้ฟื้นตัวจากระดับอ่อนค่าสุดระหว่างวัน

 

ต่างชาติขายหุ้น 334 ล้าน ซื้อพันธบัตร 821 ล้าน

สำหรับทิศทางเงินทุนต่างชาติในตลาดไทยวันนี้ นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิหุ้นไทย 334 ล้านบาท แต่ยังคงเข้าซื้อพันธบัตรไทย โดยมียอดซื้อสุทธิ 821 ล้านบาท สะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ตราสารหนี้ที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเงินบาทในช่วงท้ายตลาด

พรุ่งนี้คาดเงินบาทแกว่ง 33.05-33.25 บาท

สำหรับแนวโน้มเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเบื้องต้นไว้ที่ **33.05-33.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ตลาดยังต้องติดตามปัจจัยภายนอกและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะ  สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และราคาทองคำในตลาดโลก

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามดัชนีPMI ภาคการผลิตเดือนสิงหาคมของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนสิงหาคม และตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจมีผลต่อมุมมองตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟดและเงินดอลลาร์ฯ

ทั้งนี้ ทิศทางเงินบาทในระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ฯ ราคาทองคำ และกระแสเงินทุนต่างชาติเป็นสำคัญ โดยตลาดจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดต่อไป