
ค่าเงินบาทวันนี้ 26 ส.ค.69 เงินบาทแข็งแตะ 32.69 บาท จับตาผล กนง.บ่ายนี้
เงินบาทเช้านี้แข็งค่าแตะ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านลุ้นเจรจา กดดันดอลลาร์-น้ำมัน จับตาผล กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1.00% พร้อมกรอบเงินบาท 32.55-32.85 บาท
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 26 ส.ค. แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แตะระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจัยหนุนมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมัน หลังตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- นักลงทุนและตลาดกำลังจับตาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00%
เงินบาทเช้านี้แข็งค่าเล็กน้อย เปิดที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ หลังดอลลาร์อ่อนตามบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมัน ขณะที่ตลาดคลายกังวลตะวันออกกลางจากสัญญาณเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยจับตาผลประชุม กนง.บ่ายนี้ ส่วน Krungthai GLOBAL MARKETS คาดกรอบเงินบาท 24 ชั่วโมงที่ 32.55-32.85 บาทต่อดอลลาร์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้เงินบาทแข็งค่า 32.68-32.70 บาท จับตา กนง.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.68-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (26 ส.ค. 2569) เวลา 08.30 น. แข็งค่าจากระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามทิศทางเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าลง
ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังมีรายงานว่าอิหร่านและโอมานกำลังหารือแนวทางจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวร่วมกันในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางลงบางส่วน
นอกจากนี้ แรงหนุนเงินดอลลาร์ฯ ยังชะลอลง หลังตลาดประเมินว่ามาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ แม้จะสร้างแรงกดดันต่ออิหร่าน แต่ยังไม่ได้ระบุมาตรการตอบโต้ต่อประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2 ปีลดลง 6 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.17% ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีลดลง 7 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.63% ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 86.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ดี กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจยังค่อนข้างจำกัด เนื่องจากตลาดรอติดตามสัญญาณดอกเบี้ยและมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงบ่ายวันนี้อย่างใกล้ชิด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 32.60-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประชุม กนง. เวลา 14.00 น. สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคา PCE/Core PCE ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกรกฎาคม รวมถึงตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569
กรุงไทย มองเงินบาท Sideways คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1%
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลง จากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 32.74 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.67-32.76 บาทต่อดอลลาร์ ตอบรับกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจาหยุดยิงกันอีกครั้ง ทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดอยู่บริเวณ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายพูนกล่าวว่า ภาพดังกล่าวยังหนุนราคาทองคำ โดย XAUUSD ปรับขึ้นสู่โซน 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการลดลงของความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก ประกอบกับเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
หุ้นสหรัฐฯ ฟื้นรับความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ นายพูนระบุว่า ผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความหวังต่อการกลับมาเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาพลังงานลดลง และช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย
การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นสไตล์ Growth โดยดัชนี Dow Jones ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.30% S&P500 เพิ่มขึ้น 0.32% และ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.66%
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังถูกจำกัด เนื่องจากตลาดรอติดตามถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole Symposium รวมถึงผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งจะประกาศในช่วง After Close ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธนี้
กรุงไทยคงมุมมอง Fed คงดอกเบี้ยปีนี้ ก่อนลด 2 ครั้งในปี 2570
ด้านตลาดพันธบัตร นายพูนระบุว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.64% ตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลงจากความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่การลดลงของบอนด์ยีลด์ยังถูกจำกัดจากความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังสหรัฐฯ และการที่บริษัท AI ต่างออกหุ้นกู้จำนวนมาก
Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงคำแนะนำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวทั้งสหรัฐฯ และไทย โดยมองว่า Fed มีโอกาสคงดอกเบี้ยในปี 2569 ก่อนทยอยลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2570 คือไตรมาส 2 และไตรมาส 4 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า
อย่างไรก็ดี มุมมองดังกล่าวอาจต้องปรับเปลี่ยน หากสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นจนราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่เกินหรืออยู่ใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นเวลานานกว่าคาด
คาด กนง.เอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1% แม้เศรษฐกิจ Q2 ดีกว่าคาด
สำหรับประเทศไทย นายพูนคาดว่า กนง. จะมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% แม้เศรษฐกิจไตรมาส 2/2569 จะขยายตัวดีกว่าคาด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยโดยรวมยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึงในลักษณะ K-Shaped
ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก และยังไม่เห็นการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง จนทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยเฉพาะรายงานเงินเฟ้อ PCE เดือนกรกฎาคม ประมาณการครั้งที่สองของ GDP ไตรมาส 2 ปี 2569 และยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกรกฎาคม รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางและผลประกอบการ Nvidia ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน
เงินบาทเสี่ยง Two-way Risk แนวต้าน 33 บาท
นายพูนกล่าวว่า แนวโน้มเงินบาทระยะสั้นยังมีความเสี่ยงแบบ Two-way Risk ขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ในระหว่างวันเงินบาทอาจเคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยแนวต้านแรกอยู่บริเวณ 32.80-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่บริเวณ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอยู่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
สำหรับกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินไว้ที่ 32.55-32.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังควรรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole Symposium ก่อนปรับสถานะการลงทุนอย่างชัดเจน







