
อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 20 ส.ค.69 เงินบาทแข็งค่าแตะ 32.80 บาท สูงสุดรอบ 2 เดือน
เงินบาทแข็งค่าแตะ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ สูงสุดรอบ 2 เดือน หลังคลังสหรัฐเพิ่มซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ดันบอนด์ยีลด์ร่วง ดอลลาร์อ่อน กสิกรไทยมองกรอบ 32.75-32.95 บาท
KEY
POINTS
- เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 2 เดือน
- ปัจจัยหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวลดลง
- การแข็งค่าของเงินบาทยังได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยเงินบาทเช้านี้แข็งค่าผ่าน 33.00 บาท แตะ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดรอบ 2 เดือน ก่อนทรงตัวที่ 32.85-32.87 บาท รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่า บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วง หลังคลังสหรัฐเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวมากกว่าเท่าตัว ขณะที่ราคาทองคำตลาดโลกปรับขึ้น ด้านกสิกรไทยมองกรอบวันนี้ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน รับดอลลาร์อ่อนค่า
เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้แข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 32.85-32.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลา 08.50 น. จากระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนแข็งค่าผ่านแนวสำคัญที่ 33.00 บาท และแตะระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในเอเชีย โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ตลาดจับตาการเปลี่ยนแปลงของตลาดพันธบัตรสหรัฐ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว
คลังสหรัฐเพิ่มซื้อคืนพันธบัตร ดันบอนด์ยีลด์ร่วง
แรงกดดันต่อดอลลาร์สหรัฐเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศว่าจะ เพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าสองเท่า ภายใต้โครงการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลัง โดยจะเน้นพันธบัตรที่มีอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี
วงเงินสูงสุดในการซื้อคืนพันธบัตรจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และดำเนินต่อเนื่องถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า การเพิ่มขนาดการซื้อคืนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุยาว ซึ่งเป็นกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก
การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่ากระทรวงการคลังสหรัฐตระหนักถึงปัญหาด้านสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว และพร้อมเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนสภาพคล่องของตลาดมากขึ้น
ยีลด์ 10 ปี-30 ปีร่วง ดอลลาร์ถูกเทขาย
ภายหลังการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงอย่างแรง โดย บอนด์ยีลด์ 10 ปีลดลง 6 basis points มาอยู่ที่ 4.65% ขณะที่บอนด์ยีลด์ 30 ปีลดลง 9 basis points มาอยู่ที่ 5.19%
ล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 4.647% และอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.196%
ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม ดังนั้น การที่ยีลด์ปรับตัวลงอย่างรวดเร็วสะท้อนถึงแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นในตลาดพันธบัตร หลังนักลงทุนประเมินว่าการเข้าซื้อคืนของกระทรวงการคลังจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนอุปสงค์ในตลาดพันธบัตรระยะยาว
ขณะเดียวกัน การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์ โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงหลุดระดับ 99 ส่งผลให้เงินบาทและสกุลเงินเอเชียได้รับแรงหนุนตามไปด้วย
เงินบาทยังได้แรงหนุนจากทองคำ
นอกจากปัจจัยจากตลาดพันธบัตรสหรัฐแล้ว การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก โดยเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้น ผู้ส่งออกทองคำในประเทศอาจมีการขายดอลลาร์เพื่อแลกกลับเป็นเงินบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนเงินบาทในระยะสั้น
ภาพรวมจึงทำให้เงินบาทสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว และลงไปแตะระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทยังต้องติดตามแรงซื้อขายจากนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงและสถานการณ์ในตลาดการเงินโลก เนื่องจากเงินบาทยังมีความอ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและความผันผวนของดอลลาร์
กสิกรไทยมองกรอบ 32.75-32.95 บาท
สำหรับแนวโน้มเงินบาทในวันนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเบื้องต้นที่ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดจะจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงทิศทางราคาทองคำและค่าเงินดอลลาร์
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจเดือนสิงหาคมจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
สำหรับตลาดไทย การที่เงินบาทแข็งค่ากลับมาอยู่ในกรอบ 32 บาทต้น ๆ จึงเป็นภาพที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากสะท้อนแรงกดดันต่อดอลลาร์แล้ว ยังสะท้อนแรงส่งจากทองคำและกระแสเงินทุนในภูมิภาค ขณะที่ระดับ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นกรอบสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระยะสั้น







