
ค่าเงินบาทวันนี้ 31 ส.ค.69 เงินบาทอ่อนทะลุ 33 บาท จับตาเฟด-ตะวันออกกลาง
เงินบาทเปิดเช้า 33.16 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนทะลุ 33 บาท หลังตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย จับตาตะวันออกกลาง ราคาทอง และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ กรุงไทยมองกรอบสัปดาห์ 32.85-33.50 บาท
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงอย่างหนักทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 33.16 บาท
- ปัจจัยหลักมาจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังส่งสัญญาณควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
- ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่า
เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้อ่อนค่าหนักแตะ 33.16 บาทต่อดอลลาร์ จากปลายสัปดาห์ที่ 32.94 บาท หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งและทองคำร่วง กดดันเงินบาทเพิ่มเติม ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่ดันราคาน้ำมันขยับขึ้น ด้านกรุงไทยมองเงินบาทยังมี Two-way Risk พร้อมประเมินกรอบสัปดาห์ 32.85-33.50 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทอ่อนทะลุ 33 บาท ดอลลาร์แข็งรับคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทเช้าวันนี้ (31 ส.ค. 2569) เคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 33.12-33.14 บาทต่อดอลลาร์ ณ เวลา 08.50 น. อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดปลายสัปดาห์ก่อนที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 33 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ
แรงหนุนสำคัญมาจากการที่ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังถ้อยแถลงของประธานเฟดในงาน Jackson Hole เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ หากเงินเฟ้อยังไม่มีสัญญาณชะลอกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมาย 2%
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ปรับขึ้น 11 จุดฐาน สู่ระดับ 4.34% ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินในภูมิภาค รวมถึงเงินบาท
ทองคำร่วง-น้ำมันพุ่ง เพิ่มแรงกดดันเงินบาท
อีกปัจจัยที่กดดันเงินบาทมาจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นจากสัญญาณความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่รุนแรงขึ้นในช่วงเช้า ซึ่งมีผลต่อทั้งกระแสเงินทุนและต้นทุนการนำเข้าพลังงานของไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ที่ 33.05-33.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดจะติดตามตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดและเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนกรกฎาคม สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก
กรุงไทยชี้เงินบาทอ่อนแรง หลังตลาดตีความ “เฟด” Hawkish
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 33.16 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงอย่างหนักจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน หลังทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 33 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.89-33.19 บาทต่อดอลลาร์ ตามการตีความของตลาดต่อถ้อยแถลงของประธานเฟด Kevin Warsh ในงาน Jackson Hole Symposium ว่ามีท่าที Hawkish มากขึ้น
ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฉพาะการประชุมเดือนกันยายน ทำให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลงแรงและกลายเป็นอีกแรงกดดันต่อเงินบาท
สหรัฐฯ เปิดโหมดลุ้นตัวเลขจ้างงาน-เงินเฟ้อ ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ตลาดให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน และยอดตำแหน่งงานเปิด (JOLTS Job Openings) รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการจาก ISM
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดัชนีด้านราคา รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและรายงาน Beige Book เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน หลังล่าสุดตลาดให้น้ำหนักโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ประมาณ 56% และมีโอกาส 61% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ หลังสถานการณ์ร้อนแรงขึ้นและส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้
จับตา ECB-BOJ ขยับดอกเบี้ย กระทบเงินทุนโลก
ฝั่งยุโรป ตลาดรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนสิงหาคมและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ตลาดประเมินโอกาส ECB ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ รวมถึงการประชุมเดือนกันยายน
ส่วนเอเชีย นักลงทุนจับตาทิศทางธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) และธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจจีนผ่าน PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนสิงหาคม และข้อมูลยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจมีผลต่อมุมมองนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
สำหรับไทย ตลาดรอติดตาม PMI ภาคการผลิตและดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนจากกระแส AI Boom และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
กรุงไทยมองเงินบาท Two-way Risk กรอบสัปดาห์ 32.85-33.50 บาท
ด้านแนวโน้มค่าเงินบาท กรุงไทย GLOBAL MARKETS มองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทมีกำลังมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะทยอยอ่อนค่าต่อ หรือแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยในเชิงเทคนิค เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าในกรอบรายวัน หลังทะลุแนวต้าน 33 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง หรือ Two-way Risk ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการปรับมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะเฟด
หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด อาจทำให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด กดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคำ ซึ่งอาจช่วยให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้
กรุงไทยมองแนวรับสำคัญของเงินบาทบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 32.80-32.85 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 33.50 บาท และแนวต้านถัดไป 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับกรอบค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ประเมินที่ 32.85-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบ 24 ชั่วโมงข้างหน้าอยู่ที่ 33.05-33.30 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมแนะนำผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options เพื่อรับมือความผันผวนของตลาดการเงินในระยะสั้น







