thansettakij
thansettakij
วิจัยกรุงศรีเพิ่มเป้าเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.1% รับลงทุน ส่งออกฟื้น

วิจัยกรุงศรีเพิ่มเป้าเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.1% รับลงทุน ส่งออกฟื้น

31 ส.ค. 69 | 08:29 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ส.ค. 69 | 08:48 น.

วิจัยกรุงศรีปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.1% จาก 1.9% รับแรงหนุนลงทุน-ส่งออก-มาตรการรัฐ เตือนเอลนีโญ ภาษีสหรัฐฯ หนี้ครัวเรือน และข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง

KEY

POINTS

  • วิจัยกรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็นเติบโต 2.1% จากเดิม 1.9%
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก ประกอบกับมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ
  • เศรษฐกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และภาวะเอลนีโญ
  • คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตลอดทั้งปี

วิจัยกรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.1% จากเดิม 1.9% รับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และมาตรการรัฐ หนุนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง แต่ยังโตต่ำกว่าศักยภาพ เผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันการค้าสหรัฐฯ และเอลนีโญ ขณะที่ กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี

 

วิจัยกรุงศรีขยับ GDP ไทยปี 69 โต 2.1% รับลงทุน-ส่งออกฟื้น

วิจัยกรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.1% จากเดิม 1.9% โดยมีแรงส่งสำคัญจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และมาตรการภาครัฐ ซึ่งจะช่วยประคองเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ

ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า การปรับเพิ่มประมาณการ GDP สะท้อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ที่ขยายตัวดีกว่าคาด ประกอบกับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการส่งเสริมการลงทุนผ่านโครงการ Thailand FastPass

ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ตาม ผลบวกจากมาตรการดังกล่าวอาจมีข้อจำกัด เนื่องจากโครงการด้านพลังงาน เช่น โซลาร์เซลล์ และส่วนประกอบรถ EV มีสัดส่วนการนำเข้าค่อนข้างสูง ขณะที่อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนในแต่ละปีงบประมาณยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก

ลงทุนเอกชน-BOI หนุนครึ่งปีหลัง

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง วิจัยกรุงศรีคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะยังมีแรงส่งต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ Thailand FastPass ที่จะช่วยเร่งให้เกิดการลงทุนจริง

ด้านการส่งออกยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI และวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ภาพรวมการส่งออกมีแนวโน้มชะลอลงจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรง ประกอบกับความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจเพิ่มความเข้มข้นทั้งในด้านอัตราภาษีและขอบเขตของสินค้า

ท่องเที่ยวฟื้น แต่บริโภคปลายปีแผ่ว

ภาคการท่องเที่ยวคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ต้นทุนการเดินทางยังอยู่ในระดับสูง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนและตะวันออกกลางเริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงในไตรมาสสุดท้ายของปี แม้จะมีมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสในช่วงปลายปี แต่มีวงเงินเพียง 3.50 พันล้านบาท ต่ำกว่ามาตรการไทยช่วยไทยพลัสช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ซึ่งมีวงเงินสูงถึง 1.20 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง รายได้ภาคเกษตรที่อาจได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง จะเป็นแรงกดดันต่อกำลังซื้อในประเทศ

“เอลนีโญ” เพิ่มโจทย์เศรษฐกิจไทย

อีกปัจจัยเสี่ยงที่วิจัยกรุงศรีให้น้ำหนักคือภาวะเอลนีโญ ซึ่งอาจกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของภาคเกษตร และส่งผ่านมายังการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

เมื่อรวมกับปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตที่ลดลง หนี้ครัวเรือนสูง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และกำลังแรงงานที่หดตัว ทำให้แม้เศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงส่งจากการลงทุนและการส่งออก แต่ศักยภาพการเติบโตยังมีข้อจำกัด

กนง.จ่อคงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย วิจัยกรุงศรีคาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% ต่อปีตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 แม้อัตราเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นสูงกว่ากรอบเป้าหมายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในครึ่งแรกของปี 2570

ปัจจัยสำคัญคือเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้การส่งผ่านต้นทุนไปยังเงินเฟ้อในระยะถัดไป หรือ Second-round Effects ยังอยู่ในวงจำกัด ประกอบกับการเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ยังอ่อนแอ

จับตา 4 ความเสี่ยง “ตะวันออกกลาง-ภาษีสหรัฐฯ-การคลัง-โครงสร้าง”

วิจัยกรุงศรีประเมินว่า เศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้ายังต้องรับมือความเสี่ยงสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของมาตรการกีดกันทางการค้าสหรัฐฯ ข้อจำกัดด้านการคลัง และปัญหาเชิงโครงสร้าง

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจทำให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอยู่ในระดับสูง ขณะที่มาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็นการใช้กำลังการผลิตส่วนเกิน รวมถึงการตรวจสอบการส่งออกของไทยที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานจีน อาจเพิ่มแรงกดดันต่อภาคส่งออก

ขณะเดียวกัน ยังต้องระวัง Payback Effect หรือแรงส่งเศรษฐกิจที่ลดลงหลังมาตรการกระตุ้นสิ้นสุดลง รวมถึงข้อจำกัดทางการคลังที่อาจทำให้ภาครัฐมีพื้นที่ในการออกมาตรการเพิ่มเติมลดลง

วิจัยกรุงศรีจึงมองว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปจำเป็นต้อง ตรงจุดและมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการรักษา Policy Space เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต และรักษาแรงส่งของเศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

วิจัยกรุงศรีประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569