
SCB EIC ฟันธง กนง.คงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2027 ชี้ลดดอกเบี้ยไม่ตรงจุดช่วย SMEs
SCB EIC คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2027 ชี้ลดดอกเบี้ยอาจไม่ตรงจุดช่วย SMEs เหตุเครดิตตึงตัว แนะมาตรการการเงินเฉพาะจุดประคองเศรษฐกิจไทยเ
KEY
POINTS
- SCB EIC คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 โดยมองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง
- การลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดสำหรับกลุ่มครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตสูง
- เสนอแนะให้ใช้มาตรการทางการเงินแบบเฉพาะจุดเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการลดดอกเบี้ยในภาพรวม
- ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ลดลง ทำให้แรงกดดันและความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีน้อยลง
SCB EIC มอง กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ต่อเนื่องตลอดปี 2026-2027 ชี้ระดับปัจจุบันผ่อนคลายเพียงพอและเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยที่โตต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาตรงจุดในกลุ่มครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตสูง แนะใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดควบคู่มาตรการการคลัง
SCB EIC มองดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2027
นายนนท์ พฤกษ์ศิริ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส SCB EIC ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ต่อไปตลอดทั้งปี 2026 และ 2027 หลังการประชุมล่าสุดมีมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ย โดยมองว่า อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับผ่อนคลายและเพียงพอที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่ยังเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง
การตัดสินใจของ กนง. เป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพของระบบการเงิน โดย SCB EIC มองว่าในระยะนี้ยังไม่มีความจำเป็นมากนักที่จะต้องปรับลดหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ลดดอกเบี้ยอาจไม่ตรงจุดช่วยกลุ่มเปราะบาง
SCB EIC มองว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุดให้กับครัวเรือนและ SMEs ที่กำลังเผชิญภาวะการเงินตึงตัว เพราะข้อจำกัดสำคัญมาจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้น
ดังนั้น การใช้มาตรการทางการเงินแบบเฉพาะจุดเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีศักยภาพ รวมถึงกลุ่ม SMEs จึงมีแนวโน้มให้ผลตรงจุดมากกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในภาพรวม
เงินเฟ้อลดความเสี่ยง ลดแรงกดดันขึ้นดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน SCB EIC มองว่า ความจำเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยมีน้อยลง หลังความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อปรับลดลง โดยเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส 2 ปี 2026 ต่ำกว่าที่ กนง.เคยประเมินไว้ สาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่ลดลง และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาสินค้าและบริการต่ำกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้าเงินเฟ้อทั่วไปอาจขยับขึ้นและสูงกว่ากรอบเป้าหมายเล็กน้อยในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 จากแรงกดดันด้านราคาอาหารสดที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของปรากฏการณ์ El Niño
ทำให้ กนง.ยังจำเป็นต้องติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้า ต้นทุน และภาวะเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
เศรษฐกิจโตกระจุกตัว AI ช่วยไม่ทั่วถึง
สำหรับเศรษฐกิจไทย SCB EIC มองว่า การขยายตัวในไตรมาส 2 อยู่ใกล้เคียงกับที่ กนง.ประเมินไว้ แต่โครงสร้างการเติบโตยังมีลักษณะกระจุกตัว โดยแรงส่งสำคัญมาจากภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนด้านดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม ผลดีจากการเติบโตของภาคดังกล่าวยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากมีการพึ่งพาสินค้านำเข้าในสัดส่วนสูง ทำให้การสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศและการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก
SCB EIC จึงประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2027 จะยังขยายตัวในระดับต่ำที่ประมาณ 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มทยอยลดลง หลังแรงกดดันด้านอุปทานเริ่มคลี่คลาย
ดอกเบี้ยแท้จริงไทยยังไม่ต่ำสุดในภูมิภาค
อีกปัจจัยที่สนับสนุนมุมมองการคงดอกเบี้ย คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้อยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค โดยเมื่อหักอัตราเงินเฟ้อทั่วไปออกจากอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พบว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยยังสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในบางช่วง แต่ SCB EIC มองว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยยังมีความสามารถในการบริหารจัดการความผันผวนของค่าเงิน เนื่องจากไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง







