
ค่าเงินบาทวันนี้ 9 มิ.ย.69 เปิด 32.89 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย
เงินบาทเปิด 32.89 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและการรอประกาศเงินเฟ้อสหรัฐฯ คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์
KEY
POINTS
- ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 9 มิ.ย. ที่ 32.89 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนในสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการที่นักลงทุนรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 32.89 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ท่ามกลางการเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางของตลาดการเงินโลก แม้อิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตี แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังสูง
ขณะที่นักลงทุนรอตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นตัวชี้ทิศทางดอกเบี้ย FED และค่าเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป
สัญญาณสันติภาพยังไม่ชัด หนุนตลาดอยู่ในโหมดระวังความเสี่ยง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.89 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.84 บาทต่อดอลลาร์
ตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-32.89 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำทิศทางอย่างชัดเจน
นายพูนกล่าวว่า แม้เงินบาทจะได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากความหวังว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเริ่มคลี่คลาย หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินโลกในช่วงก่อนหน้า แต่ผู้ลงทุนยังคงระมัดระวัง เนื่องจากยังมีรายงานว่า อิหร่านเตรียมพร้อมรับมือความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ ทำให้โอกาสการเกิดสันติภาพในภูมิภาคยังมีความเปราะบาง
ผลจากความไม่แน่นอนดังกล่าว ทำให้นักลงทุนยังคงถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ราคาทองคำเผชิญแรงกดดัน และกลายเป็นปัจจัยที่กดดันการแข็งค่าของเงินบาทในระยะสั้น
นักลงทุนรอ CPI สหรัฐฯ ชี้ชะตาดอกเบี้ย FED
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังจับตา คือ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในคืนวันพุธตามเวลาไทย ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
ปัจจุบัน ผู้เล่นในตลาดยังให้น้ำหนักว่า FED มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีกในปีนี้ ทำให้ยังไม่มีการปรับมุมมองการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญก่อนเห็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหม่ ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงค่าเงินต่าง ๆ ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways เป็นหลัก
หุ้นโลกฟื้นตัวจำกัด บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทรงตัวสูง
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากข่าวการยุติการโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในช่วงแรกของการซื้อขาย แต่ความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงและสถานการณ์ในภูมิภาคยังทำให้นักลงทุนทยอยลดความเสี่ยง ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.30% ขณะที่ Nasdaq รีบาวด์ขึ้น 0.86%
ส่วนตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบ 4.50%-4.58% โดยนักวิเคราะห์ยังมองว่าบอนด์ยีลด์มีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับทั้งพัฒนาการในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศในระยะข้างหน้า
เงินบาทยังเผชิญ Two-Way Risk
Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่าเงินบาทมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง หรือ Two-Way Risk โดยขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อมุมมองดอกเบี้ยของ FED
ในระยะสั้น เงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่บริเวณ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์
นายพูนกล่าวว่า แม้เงินบาทจะมีจังหวะแข็งค่ากลับได้บ้าง แต่ภาพรวมยังไม่หลุดจากแนวโน้มอ่อนค่าหรือเคลื่อนไหวไร้ทิศทางอย่างชัดเจน จนกว่าจะสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงในกรอบรายสัปดาห์
กรอบเงินบาทวันนี้
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนยังคงต้องติดตามทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนอย่างใกล้ชิด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจกำหนดทิศทางตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป







