
อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 5 มิ.ย.69 เงินบาทแกว่งแคบ 32.66 บาท จับตาเงินเฟ้อไทย
เงินบาทเช้านี้เคลื่อนไหวที่ 32.66-32.68 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้ระดับปิดวานนี้ ได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง จับตาเงินเฟ้อไทยและตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ วันนี้
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 5 มิ.ย. เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ระดับประมาณ 32.66 บาทต่อดอลลาร์
- การแข็งค่าของเงินบาทถูกจำกัดโดยความไม่แน่นอนของข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน และราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง
- ปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตาคือการประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมของไทย
- นักลงทุนรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
เงินบาทเคลื่อนไหวใกล้ระดับปิดตลาดวานนี้ แม้ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันโลก แต่การแข็งค่าถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนของข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน และแรงกดดันจากราคาทองคำที่อ่อนตัวลง ขณะที่ตลาดจับตาเงินเฟ้อไทยและตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ลดลงช่วยพยุงเงินบาท
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงเช้าวันนี้ โดยอยู่ที่ระดับประมาณ 32.66-32.68 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 32.66 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนภาวะการลงทุนที่ยังอยู่ในโหมดรอดูปัจจัยสำคัญทั้งในและต่างประเทศ
แม้เงินบาทจะได้รับแรงสนับสนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการปรับลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากสัญญาณบวกเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่การแข็งค่าของเงินบาทยังเป็นไปอย่างจำกัด
ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยกดดันทิศทางค่าเงิน
ปัจจัยสำคัญที่ยังสร้างความระมัดระวังให้กับนักลงทุน คือ ความไม่แน่นอนของการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถบรรลุผลได้ในระยะสั้น ขณะที่การปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลกยังเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดแรงซื้อเงินบาท เนื่องจากมีผลต่อกระแสเงินทุนและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทองคำในประเทศ
สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในระหว่างวัน คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนยังคงติดตามปัจจัยสำคัญหลายด้านอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมของไทย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มค่าครองชีพและทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ
ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินโลกยังให้น้ำหนักกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตลอดจนการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) และอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะส่งผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางค่าเงินดอลลาร์และเงินบาทในระยะถัดไป







