thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 5 มิ.ย. เปิดตลาด 32.69 บาท อ่อนค่าเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง

ค่าเงินบาทวันนี้ 5 มิ.ย. เปิดตลาด 32.69 บาท อ่อนค่าเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง

05 มิ.ย. 69 | 01:44 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มิ.ย. 69 | 01:51 น.

เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของ จับตา Nonfarm Payrolls สหรัฐฯ-สงครามตะวันออกกลาง ชี้ทิศทางค่าเงินระยะสั้น

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 5 มิ.ย. ที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย
  • ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคือความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการรอตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.55-32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังมีความเสี่ยงผันผวนทั้งสองทิศทาง

เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางและการรอผลตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์มองเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงทั้งสองด้าน โดยมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 32.55-32.80 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในช่วงแรกเงินบาทได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเริ่มคลี่คลาย หลังอิสราเอลและเลบานอนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้จากการเจรจาในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หลังกลุ่ม Hezbollah ยังคงไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าวและยังมีการปะทะกันในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเพิ่มการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ราคาทองคำอ่อนตัวลงจากระดับสูงก่อนหน้า และกดดันให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าใกล้ระดับ 32.70 บาทต่อดอลลาร์อีกครั้ง

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.41% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลง 0.09% หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขายจากความผิดหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของ Broadcom ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นในธีม AI และชิปประมวลผลหลายบริษัท

ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวได้ โดยดัชนี STOXX600 ปรับเพิ่มขึ้น 0.52% จากแรงซื้อในกลุ่ม Healthcare และหุ้นเชิงป้องกันความเสี่ยง แม้ว่าความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางจะยังคงจำกัดการฟื้นตัวของตลาดก็ตาม

ในส่วนของตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4.48% อีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์ยังคงมองว่าบอนด์ยีลด์มีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่หากยีลด์ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% จะเริ่มมีความน่าสนใจสำหรับการทยอยเข้าลงทุนในพันธบัตรระยะยาว

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คือการประกาศตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ประกอบด้วยยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน และการเติบโตของค่าจ้างแรงงาน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า หากตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าคาด จะช่วยหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อและอาจกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงทดสอบกรอบ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย เงินบาทอาจกลับมาแข็งค่าบริเวณ 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ได้

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า เงินบาทยังอยู่ในภาวะเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางตามกระแสข่าวและพัฒนาการของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินในระยะสั้น

ทั้งนี้ กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเมินไว้ที่ 32.55-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่มุมมองเชิงเทคนิคยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าหรือแกว่งตัวออกด้านข้าง จนกว่าจะสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบรายสัปดาห์