thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 8 มิ.ย.69 เงินบาทร่วงแตะ 32.88 บาท อ่อนค่าสุดรอบกว่า 2 เดือน

ค่าเงินบาทวันนี้ 8 มิ.ย.69 เงินบาทร่วงแตะ 32.88 บาท อ่อนค่าสุดรอบกว่า 2 เดือน

08 มิ.ย. 69 | 08:33 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มิ.ย. 69 | 08:33 น.

กสิกรไทยชี้ เงินบาทอ่อนค่าแตะ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง หนุนดอลลาร์พุ่ง ด้านกรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.10 บาทต่อดอลลาร์

KEY

POINTS

  • เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน
  • ปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์
  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมต่อค่าเงินบาท

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือนที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนขยับกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.83-32.85 บาท รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ดีกว่าคาด

ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเงินโลก ด้านกรุงศรีมองเงินบาทสัปดาห์นี้มีโอกาสแกว่งในกรอบ 32.50-33.10 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางการจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟดและ ECB

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทเปิดสัปดาห์ด้วยแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยอ่อนค่าลงแตะระดับ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน ก่อนจะขยับกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.83-32.85 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ เทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนที่ 32.63 บาทต่อดอลลาร์

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

การอ่อนค่าของเงินบาทเกิดขึ้นท่ามกลางการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน หรือแม้กระทั่งมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงปลายปี

 

จ้างงานสหรัฐฯ แกร่ง หนุนดอลลาร์แข็งค่าทั่วโลก

ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่น แม้อยู่ภายใต้ภาวะดอกเบี้ยสูง ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยในระยะสั้น และหันกลับมาถือครองเงินดอลลาร์มากขึ้น

แรงซื้อเงินดอลลาร์ดังกล่าวทำให้สกุลเงินสำคัญทั่วโลกเผชิญแรงกดดัน รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของมุมมองตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของ FED

ตะวันออกกลางร้อนแรง ดันน้ำมันพุ่งกดดันค่าเงิน

อีกปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุน คือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าอิหร่านเปิดปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล ส่งผลให้ตลาดกังวลว่ากระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเผชิญอุปสรรค

ความกังวลดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ และอาจส่งผลให้ธนาคารกลางหลักทั่วโลกต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดนานกว่าที่คาดไว้

 

กรุงศรีมองเงินบาทผันผวนในกรอบ 32.50-33.10 บาท

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินว่า เงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังได้รับอิทธิพลจากทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ

แม้ตลาดจะเริ่มคุ้นชินกับข่าวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่หากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าต่อ และสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อค่าเงินบาท

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 11 มิถุนายน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เงินเยนใกล้ 160 ต่อดอลลาร์ ตลาดจับตาญี่ปุ่นแทรกแซง

อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ คือการอ่อนค่าของเงินเยนที่กลับเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์อีกครั้ง แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นอาจส่งสัญญาณหรือดำเนินมาตรการแทรกแซงตลาดเงิน เพื่อป้องกันการอ่อนค่าของเงินเยนที่รวดเร็วเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเงินบาท

เงินเฟ้อไทยชะลอลง แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจาก 2.89% ในเดือนเมษายน ตามการชะลอตัวของราคาน้ำมัน ผักสด และเนื้อสัตว์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจแตะระดับ 3% ในเดือนมิถุนายน และคงประมาณการเงินเฟ้อทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5% ซึ่งยังอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ 1-3%

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และฟันด์โฟลว์ต่างชาติ

ในระยะสั้น ตลาดจะติดตามตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด

แม้สัปดาห์ก่อนนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 5,700 ล้านบาท แต่ยังขายสุทธิพันธบัตรไทยกว่า 4,500 ล้านบาท สะท้อนมุมมองที่ยังระมัดระวังต่อแนวโน้มดอกเบี้ยโลกและทิศทางค่าเงินในระยะต่อไป

ภายใต้ปัจจัยกดดันทั้งจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทจึงยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนสูง และมีโอกาสทดสอบระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ได้ หากเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์นี้