
กางโมเดล 'รถเก่าแลกใหม่' ไทยจะเดินทางไหน? กสิกรไทยแนะรัฐเดินเกมคู่กำจัดซาก
กสิกรไทยเผย โครงการรถเก่าแลกใหม่ในไทย พบรถอายุเกิน 20 ปีสูงถึง 4.5 ล้านคัน ชี้บทเรียนต่างประเทศ “ระยะเวลาโครงการ” สำคัญไม่แพ้เงินสนับสนุน แนะรัฐเดินเกมควบคู่ทั้งผลิต xEV และระบบกำจัดซาก
กรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดพิจารณาทำโครงการ “รถเก่าแลกใหม่” เพื่อแก้ปัญหาการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ชะลอตัวและลดปัญหามลพิษทางอากาศจากควันเสีย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้โครงการยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่อาจบางประเด็นที่ภาครัฐควรพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศได้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า สถิติรถเก่าในไทยอายุเกิน 20 ปีพุ่งทะลุ 4.5 ล้านคัน ชี้ปิกอัพครองสัดส่วนสูงสุด แต่ติดหล่มผลิต BEV ช้า ขณะที่บทเรียนจาก “ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ” ชี้ชัด หากงบประมาณรัฐจำกัด การยืดระยะเวลาโครงการคือหัวใจสำคัญในการกระตุ้นผู้ใช้รถ พร้อมแนะเร่งสร้างระบบกำจัดซาก หลังตลาดส่งออกมือสองพวงมาลัยขวาในต่างแดนเริ่มตีบตัน
เจาะไส้ในรถเก่า 4.5 ล้านคัน: โจทย์หินของปิกอัพไทย
จากรายงานข้อมูลล่าสุดพบว่า ประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี สะสมอยู่ในระบบสูงถึงประมาณ 4.5 ล้านคัน โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดคือ รถปิกอัพ (55%) และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (45%)
ประเด็นที่น่ากังวลในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรมคือ แม้รถปิกอัพจะเป็น “Champion Product” ที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) สูงถึง 90% แต่การเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีสะอาดกลับยังล่าช้า
เห็นได้จากสถิติช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ที่มีการผลิตปิกอัพไฟฟ้า (BEV) ได้เพียง 1,348 คัน และในจำนวนนี้เป็นการผลิตเพื่อส่งออกถึง 37% สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดในประเทศยังขาดแรงจูงใจในการเปลี่ยนรถยนต์รุ่นเก่ามาเป็นยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม
บทเรียนระดับโลก: เงินอุดหนุน vs ระยะเวลา
ในการออกแบบนโยบาย “รถเก่าแลกใหม่” ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เปรียบเทียบโมเดลความสำเร็จจากสองมหาอำนาจยานยนต์ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2009-2010 ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ:
- ญี่ปุ่น : เน้นการ “เลี้ยงกระแส” โดยให้เงินส่วนลดไม่สูงนัก (ประมาณ 42,875 - 85,750 บาท) สำหรับรถอายุมากกว่า 13 ปี แต่เปิดโครงการนานถึง 17 เดือน ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมสูงถึง 730,000 คัน
- สหรัฐฯ: เน้น “กระตุ้นแรง” ด้วยเงินส่วนลดสูง (สูงสุดกว่า 154,350 บาท) สำหรับรถอายุมากกว่า 1 ปี แต่ทำโครงการสั้นเพียง 2 เดือน ซึ่งแม้จะดึงคนได้ถึง 680,000 คัน แต่ก็ใช้งบประมาณมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว
- ประเทศไทย: หากรัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ การเลือกใช้กลยุทธ์แบบญี่ปุ่นที่เน้น “ระยะเวลาโครงการที่นานพอ” จะเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าในการจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนรถ
ทางตันตลาดส่งออก แผนกำจัดซากคือคำตอบ
นอกจากมาตรการจูงใจซื้อรถใหม่ อีกหนึ่งความท้าทายคือ “การจัดการรถเก่า” ข้อมูลระบุว่าตลาดส่งออกรถมือสองของไทยมีข้อจำกัดด้านกายภาพ เนื่องจากมีเพียง 75 ประเทศจาก 240 ประเทศทั่วโลกที่ใช้พวงมาลัยขวาเหมือนไทย แม้ในกลุ่มประเทศแอฟริกาและโอเชียเนียอย่าง มาลาวี หรือ ปาปัวนิวกินี จะยังเปิดรับรถเก่าอายุเกิน 20 ปี แต่ก็ต้องเผชิญกับกำแพงภาษีและการตรวจสภาพที่เข้มงวด
ดังนั้น นโยบายรถเก่าแลกใหม่ของไทยจะสมบูรณ์ไม่ได้ หากขาดการวางระบบ “การกำจัดซากรถยนต์” (End-of-Life Vehicle: ELV) อย่างเป็นระบบภายในประเทศ เพื่อจัดการกับโครงสร้างเหล็กและวัสดุอันตรายอย่างถูกวิธี แทนที่จะรอพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐฏิจ ฉบับที่ 4,196 วันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569







