thansettakij
thansettakij
รถเก่าแลกรถใหม่ป่วนตลาด ดีลเลอร์โวยลูกค้าชะลอรับรถ สรรพสามิตเร่งคลอดเกณฑ์

รถเก่าแลกรถใหม่ป่วนตลาด ดีลเลอร์โวยลูกค้าชะลอรับรถ สรรพสามิตเร่งคลอดเกณฑ์

22 เม.ย. 69 | 06:49 น.
อัปเดตล่าสุด :22 เม.ย. 69 | 06:50 น.

ดีลเลอร์โวยมาตรการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ยังไร้ความชัดเจน กระทบตลาดรถยนต์ ลูกค้าชะลอรับรถ รอเงินสนับสนุนหลักแสน หวั่นยอดขายสะดุด ด้านสรรพสามิตเร่งสรุปเกณฑ์เสนอคลังกลาง พ.ค.นี้ 

กระแส “รถเก่าแลกรถใหม่” ที่อยู่ระหว่างการศึกษาของภาครัฐ เริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ในประเทศอย่างชัดเจน หลังผู้บริโภคจำนวนหนึ่งชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือเลื่อนรับรถที่จองไว้แล้ว เพื่อรอความชัดเจนของสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะเงินสนับสนุนที่มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับ “หลักแสนบาทต่อคัน” 

ตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายให้กรมสรรพสามิต ไปศึกษามาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ หลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง โดยหวังให้คนเปลี่ยนมาใช้รถประหยัดพลังงาน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า EV และ Hybrid ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซ CO2 และ PM 2.5 พร้อมกระตุ้นยอดขายให้ตลาดรถยนต์ 
 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอความชัดเจนของมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่กลับพบว่า ประชาชนบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อรถใหม่ หรือบางรายจองรถ และทำเรื่องผ่านไฟแนนซ์เรียบร้อย แต่ตัดสินใจเลื่อนรับรถออกไปก่อน ด้วยหวังมาตรการใหม่ของรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนเป็นหลักแสนบาทต่อคัน 

แหล่งข่าวดีลเลอร์รถยนต์รายหนึ่งเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ มองอีกมุมหนึ่งอาจจะเป็นการให้คนไม่พร้อมทางการเงินเป็นหนี้เพิ่ม ซึ่งในปัจจุบันหนี้ภาคครัวเรือนก็อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ขณะเดียวกันระหว่างที่รอประกาศอย่างเป็นทางการ ย่อมทำให้ตลาดชะลอตัว อย่างลูกค้าบางรายที่จองรถไว้ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2026 และยื่นไฟแนนซ์ผ่านแล้ว แต่กลับขอเลื่อนการรับรถออกไปก่อน 

“จากข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนคันละเป็นแสนบาท ทำให้ลูกค้าบางรายตัดสินใจเลื่อนการรับรถออกไปก่อน” 

ด้านผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าวว่า จากยอดจองในงานบางกอก มอเตอร์โชว์กว่า 1.3 แสนคัน ในจำนวนนี้เป็น EV 70-80% นั่นหมายความว่า ถ้าปล่อยให้กลไกตลาดดำเนินไปเอง ในยุคน้ำมันแพง ผู้คนก็หันไปหา EV มากขึ้นอยู่แล้ว ไม่ต้องมีมาตรการใดมาบิดเบือนตลาด 

“สิ่งที่สำคัญคือ อายุรถที่จะเข้าโครงการกำหนดไว้ว่าเก่าแค่ไหน เพราะบางรุ่นเก่ากว่า 10 ปี ทุกวันนี้ยังมีมูลค่าในตลาด เงินสนับสนุนจะจูงใจเพียงพอให้เปลี่ยนรถหรือไม่ และคนกลุ่มนี้จะมีความสามารถในการผ่อนชำระ หรือผ่านไฟแนนซ์ไหม” แหล่งข่าวกล่าว  

นอกจากประเด็นความไม่ชัดเจนของมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ ที่กระทบต่อตลาดรถยนต์ในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวจากค่ายรถญี่ปุ่น ถึงการที่รัฐบาลจะให้รถยนต์ไฟฟ้า EV อยู่ในโครงการนี้ด้วย 

ทั้งนี้ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นต่างเรียกร้องรัฐบาลถึงมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพใหญ่ เนื่องจากยอดผลิตและยอดขายลดลงอย่างมาก จนกระทบซัพพลายเชน และแรงงานกว่า 8 แสนอัตรา (รวมซัพพลายเออร์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง) 

สำหรับโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เคยเสนอให้รัฐบาลมีแผนระยะกลาง และระยะยาว ในการสนับสนุนการผลิตรถยนต์กลุ่มที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่าง รถปิกอัพ พร้อมการออกมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมระยะสั้นในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังประสบความยากลำบาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโครงการรถเก่าแลกรถใหม่  

นั่นหมายความว่า ไอเดียรถเก่าแลกรถใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอกรอบ หลักเกณฑ์การดำเนินการ มาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่ได้มุ่งไปที่รถยนต์ไฟฟ้า EV เนื่องจากที่ผ่านมา โครงการ EV 3.0 และ EV3.5 รถกลุ่มนี้ได้ประโยชน์ไปมหาศาล  

หากย้อนไปในปี 2568 สมัยที่นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยมีแนวคิดออกมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ เช่นกัน แต่เน้นไปที่รถปิกอัพที่อายุ 20-25 ปี ให้นำมาแลกรถคันใหม่ เป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดขายรถปิกอัพที่ตกต่ำ และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 แต่สุดท้ายมาตรการนี้ ไม่ได้ถูกดำเนินการ  

ด้านนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวถึงการเดินหน้าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อเปลี่ยนผ่านการใช้รถยนต์น้ำมันไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมว่า คณะทำงานอยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดและศึกษาหลักเกณฑ์ คาดว่าจะสามารถสรุปกรอบแนวคิดและทางเลือกที่เหมาะสมเสนอต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้  

รถเก่าแลกรถใหม่ป่วนตลาด ดีลเลอร์โวยลูกค้าชะลอรับรถ สรรพสามิตเร่งคลอดเกณฑ์

สำหรับการศึกษารายละเอียดโครงการดังกล่าวนั้น กรมมีต้นทุนข้อมูลเดิมที่เคยศึกษาไว้บ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม ก็ต้องวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้าน ทั้งต้องหารือกับผู้ประกอบการและบริษัทรถยนต์ว่ามีกำลังการผลิตรองรับได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในส่วนที่ผู้ผลิตได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน 

นอกจากนี้ ต้องประเมินปริมาณรถเก่าที่มีอยู่ในระบบที่พร้อมจะเข้าเงื่อนไข เพื่อกำหนดจำนวนรถที่เหมาะสมในโครงการ ขณะเดียวกัน จะต้องพิจารณาความเป็นธรรมในการแข่งขัน ในมิติของการกำหนดราคาหรือขนาดแบตเตอรี่ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบการแต่ละราย 

ขณะที่มีข้อเสนอยานยนต์ที่เข้าร่วมต้องมีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไปนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่าควรจะขยับตัวเลขอายุรถให้เหมาะสมกว่านี้หรือไม่ ส่วนรถยนต์ใหม่ที่เข้าเงื่อนไขโครงการ จะครอบคลุมมากกว่าเพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้า 100% โดยอาจรวมถึงยานยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ เช่น ไฮบริด เพื่อให้ครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ 

ทั้งนี้ โจทย์สำคัญ คือ การจัดการกับรถที่นำมาแลก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน (Transform) และแก้ปัญหาเรื่องการกำจัดซากรถยนต์อย่างเป็นระบบ 

“กรมฯ จะต้องเร่งหารือกับสมาคมและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจน หากมีความคืบหน้าประการใดเกี่ยวกับวงเงินงบประมาณที่จะใช้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับจำนวนรถที่เข้าร่วมโครงการ ทางกรมฯ จะรายงานให้ทราบในลำดับต่อไป”นายพรชัยกล่าว 

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการเปรียบเทียบโครงการที่เคยดำเนินการไปแล้วคือ รถคันแรกและการสนับสนุนรถยนต์ EV เพื่อปิดความยุ่งยากและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้มากที่สุด และมาตรการที่ออกมาจะต้องทำเพื่อทุกค่ายรถยนต์ได้ประโยชน์ด้วย 

ดังนั้น มาตรการที่จะออกมาให้สามารถดำเนินการได้กับรถทุกประเภทที่ประหยัดพลังงานทั้งระบบไฟฟ้า 100% (BEV), ระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), ระบบไฮบริด (HEV) และระบบบพลังงานไฮโดรเจน (FCEV) สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ซื้อรถ EV 

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตยังต้องรอความชัดเจนของนโยบายด้วยว่า หลังจากมีการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่แล้ว รถเก่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะหากต้องการเดินหน้ารถประหยัดพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็ควรทำลายรถเก่าไป แต่กรมสรรพสามิตไม่ได้มีหน้าที่ทำลายรถเก่า ดังนั้นต้องทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นด้วย

 

หน้า 1  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,194 วันที่ 23 - 25 เมษายน พ.ศ. 2569