
สรรพสามิตเร่งสรุป ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ชง ‘เอกนิติ’ เคาะกลางเดือนพ.ค.นี้
สรรพสามิตรับนโยบายรัฐ เร่งศึกษา ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ เน้นกลุ่ม EV-ไฮบริด ฝ่าวิกฤตพลังงาน ชง ‘เอกนิติ’ เคาะกลางเดือนพ.ค.นี้
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้กรมสรรพสามิต ไปศึกษาการเดินหน้าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อเปลี่ยนผ่านการใช้รถยนต์น้ำมันไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในช่วงราคาน้ำมันผันผวนจากความขัดแย้งตะวันออกกลางนั้น ขณะนี้คณะทำงานกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดและศึกษาหลักเกณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปกรอบแนวคิดและทางเลือกที่เหมาะสมเสนอต่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ในช่วงกลางเดือนพ.ค.นี้
สำหรับการศึกษารายละเอียดโครงการดังกล่าวนั้น กรมมีต้นทุนข้อมูลเดิมที่เคยศึกษาไว้บ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม กรมต้องวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้าน ทั้งต้องหารือกับผู้ประกอบการและบริษัทรถยนต์ว่ามีกำลังการผลิตรองรับได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในส่วนที่ผู้ผลิตได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน
นอกจากนี้ ต้องประเมินปริมาณรถเก่าที่มีอยู่ในระบบที่พร้อมจะเข้าเงื่อนไข เพื่อกำหนดจำนวนรถที่เหมาะสมในโครงการ ขณะเดียวกัน จะต้องพิจารณาความเป็นธรรมในการแข่งขัน ในมิติของการกำหนดราคาหรือขนาดแบตเตอรี่ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบการแต่ละราย
ขณะที่มีข้อเสนอยานยนต์ที่เข้าร่วมต้องมีมีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไปนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่าควรจะขยับตัวเลขอายุรถให้เหมาะสมกว่านี้หรือไม่ ส่วนรถยนต์ใหม่ที่เข้าเงื่อนไขโครงการ จะครอบคลุมมากกว่าเพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้า 100% โดยอาจรวมถึงยานยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ เช่น ไฮบริด เพื่อให้ครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่
ทั้งนี้ โจทย์สำคัญ คือ การจัดการกับรถที่นำมาแลก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน (Transform) และแก้ปัญหาเรื่องการกำจัดซากรถยนต์อย่างเป็นระบบ
“กรมจะต้องเร่งหารือกับสมาคมและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ชัดเจน หากมีความคืบหน้าประการใดเกี่ยวกับวงเงินงบประมาณที่จะใช้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับจำนวนรถที่เข้าร่วมโครงการ ทางกรมฯ จะรายงานให้ทราบในลำดับต่อไป”







