thansettakij
thansettakij
KTBSTMR ปันผล 45.6 ล้าน ยีลด์ตลาด 10.9% ลุยสินทรัพย์ใหม่รับเศรษฐกิจดิจิทัล

KTBSTMR ปันผล 45.6 ล้าน ยีลด์ตลาด 10.9% ลุยสินทรัพย์ใหม่รับเศรษฐกิจดิจิทัล

04 มี.ค. 2569 | 11:05 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 2569 | 11:05 น.

กองทรัสต์ KTBSTMR เตรียมจ่ายประโยชน์ตอบแทนไตรมาส 4/68 อัตรา 0.1513 บาทต่อหน่วย รวม 45.62 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 10.9% เทียบราคาตลาด ทั้งปีจ่ายผลตอบแทนรวม 188.35 ล้านบาท รุกลงทุนสินทรัพย์ศักยภาพสูง

นายพลสิทธิ ภูมิวสนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดาโอ รีท แมเนจเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DAOL REIT ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เปิดเผยว่า กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เคทีบีเอสที มิกซ์ (KTBSTMR) มีรายได้รวมในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 88.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.19% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 94.38% สะท้อนศักยภาพการเติบโตของทรัพย์สินในพอร์ต

กองทรัสต์จึงมีมติจ่ายประโยชน์ตอบแทนสำหรับรอบผลการดำเนินงานวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ในอัตรา 0.1513 บาทต่อหน่วยทรัสต์ คิดเป็นเงินประมาณ 45.62 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนแบบปรับเต็มปีประมาณ 6% เทียบราคาพาร์ และประมาณ 10.9% เมื่อเทียบราคาตลาด (ราคาหน่วยทรัสต์ 5.55 บาท ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569)

โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 12 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 26 มีนาคม 2569

KTBSTMR ปันผล 45.6 ล้าน ยีลด์ตลาด 10.9% ลุยสินทรัพย์ใหม่รับเศรษฐกิจดิจิทัล

ส่งผลให้ตลอดปี 2568 กองทรัสต์จ่ายผลตอบแทนรวม 0.6247 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นเงินรวม 188.35 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6.25% เทียบราคาพาร์ ขณะเดียวกันนับตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ในเดือนพฤศจิกายน 2564 จนถึงปัจจุบัน ได้จ่ายผลตอบแทนรวมแล้ว 2.8437 บาทต่อหน่วย

ในด้านการบริหารการเงิน กองทรัสต์ได้เริ่มกันเงินสำรองเพื่อทยอยชำระคืนเงินกู้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2568 ซึ่งอาจส่งผลต่อระดับการจ่ายผลตอบแทนในระยะสั้น อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและลดสัดส่วนหนี้สินต่อมูลค่าสินทรัพย์รวม (TAV) ในระยะยาว เมื่อภาระหนี้ลดลง รายได้จากทรัพย์สินจะไม่ต้องนำไปชำระหนี้ ทำให้กำไรสุทธิและศักยภาพการจ่ายผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 นายพลสิทธิ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัจจัยภายในประเทศที่กระทบกำลังซื้อและการลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอยู่ในช่วงของการปรับสมดุล

โดย ภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในพอร์ต จากแรงหนุนการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ภูมิภาคและการขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการ ขณะที่ ตลาดอาคารสำนักงาน มีแนวโน้มทรงตัว โดยอาคารคุณภาพสูงยังรักษาอัตราการเช่าได้ดี ส่วนอาคารรุ่นเก่าเผชิญการแข่งขันเพิ่มขึ้น

ด้าน ภาคค้าปลีก ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศและอุปทานใหม่ อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้เช่าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงแบรนด์แฟชั่นต่างชาติยังคงมีแผนขยายสาขาในทำเลศักยภาพ

ขณะที่ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ในไทยกำลังเข้าสู่ช่วง “การเติบโตเร่งตัว” ในปี 2569 จากแรงหนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ความต้องการด้าน AI และ Cloud รวมถึงการลงทุนของผู้ให้บริการ Hyperscaler ทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ไทยเริ่มถูกมองเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ระดับภูมิภาคควบคู่กับสิงคโปร์และมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทรัสต์ยังติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าหากสถานการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน ผลกระทบต่อกองทรัสต์จะมีจำกัด แต่หากยืดเยื้ออาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยผ่านราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ รวมถึงต้นทุนการดำเนินธุรกิจของผู้เช่า

ในด้านการดำเนินงานตามหลัก ESG กองทรัสต์ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโครงการ ซัมเมอร์ฮิลล์ และ ซัมเมอร์ฮับ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 โดยปัจจุบันโครงการซัมเมอร์ฮิลล์ผลิตไฟฟ้าได้แล้วกว่า 114.76 เมกะวัตต์ชั่วโมง และคาดว่าจะผลิตได้ประมาณ 252 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ขณะที่โครงการซัมเมอร์ฮับผลิตไฟฟ้าได้แล้ว 37.05 เมกะวัตต์ชั่วโมง และคาดว่าจะผลิตได้ราว 83 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี

ระบบดังกล่าวช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 60,000 กิโลกรัมต่อปี เทียบเท่าการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลกว่า 430,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้กองทรัสต์ยังเข้าร่วมโครงการของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ในการใช้ QR Code Sealer สำหรับส่งเอกสารประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ เพื่อลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการพิมพ์ และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

ในระยะต่อไป กองทรัสต์มีแผนขยายการติดตั้งระบบพลังงานสะอาดไปยังทรัพย์สินอื่นในพอร์ต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม