
MGC-ASIA หวัง EV ดันยอดขายรถใหม่ปี 2569 ทะลุ 14,000 คัน สงครามทำราคาน้ำมันพุ่ง
สงครามตะวันออกกลาง ทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง MGC ASIA สบช่อง หวังรถยนต์ไฟฟ้า EV ดันยอดขายรถใหม่ในเครือปี 2569 ทะลุ 14,000 คัน โต 25%
KEY
POINTS
- MGC-ASIA ตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ใหม่ในปี 2569 ให้มากกว่า 14,000 คัน โดยคาดว่ารายได้รวมของกลุ่มจะเติบโต 25%
- บริษัทคาดว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโต เนื่องจากเป็นโอกาสทองของตลาด
- ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ EV มากขึ้น
บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 ว่ามีรายได้รวม 22,477 ล้านบาท มียอดขายรถยนต์รวมทุกแบรนด์ 11,814 คัน ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 782.2% จากปี 2568
สำหรับ MGC-ASIA มีแบรนด์รถยนต์ที่ทำธุรกิจในฐานะผู้นำเข้า (ดิสทริบิวเตอร์) คือ Rolls-Royce,Aston Martin,Maserati และ XPENG ส่วนที่เป็นดีลเลอร์คือ BMW, MINI, Honda และ ZEEKR จาก 130 โชว์รูมทั่วประเทศ โดยยอดขายรวมทุกแบรนด์ในปี 2568 จำนวน 11,814 คัน แบ่งเป็นสัดส่วน EV ประมาณ 35%
สำหรับปีนี้ MGC-ASIA ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มเติบโต 25% จากปี 2568 ในส่วนรถยนต์หวังยอดขายรวมกว่า 14,000 คัน พร้อมเพิ่มโชว์รูม-ศูนย์บริการอีก 10 แห่งไม่รวม ศูนย์ซ่อมสี-ตัวถังที่จะดำเนินการโดย MMS เปิดใหม่อีก 4 แห่ง
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MGC ASIA เปิดเผยว่า ปีนี้จะเป็นโอกาสทองของรถยนต์ไฟฟ้า EV คาดว่ายอดขายจะเติบโตขึ้นอีก จากสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น
“ตัวกระตุ้นหรือทำให้ลูกค้าทำใจต้องยอมรับ EV มาจาก Cost of living ก็คือเรื่องน้ำมันที่เป็นจุดเปลี่ยน บวกกับโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้น พร้อมการสนับสนุน ของภาครัฐ คาดว่าปีนี้ยอดขาย EV น่าจะเติบโต มากกว่าทีเราคิด จนไม่น่าจะพอขาย”
ปัจจุบันพอร์ตธุรกิจ MGC-ASIA รายได้ 75% มาจากกลุ่มขายรถใหม่ และ 15% มาจากธุรกิจบริการหลังการขาย ที่เหลือเป็นงานบริการ การเงิน ประกันภัย 15%





