thansettakij
thansettakij
รัฐบาลกางแผนรับมือสำรองน้ำมันสูงสุด 90 วัน พร้อมงัดมาตรการภาษี

รัฐบาลกางแผนรับมือสำรองน้ำมันสูงสุด 90 วัน พร้อมงัดมาตรการภาษี

04 มี.ค. 2569 | 12:26 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 2569 | 12:34 น.

รัฐบาลคลอดมาตรการพลังงาน รับมือตะวันออกกลาง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยันน้ำมันสำรองเพียงพอสูงสุด 90 วัน หากเจอวิกฤต พร้อมนำเข้าจากแหล่งอื่น ทั้งน้ำมัน-ก๊าซ รายงานนายกฯใน 1 สัปดาห์ มอบคลัง-พลังงาน เตรียมพร้อมกลไกด้านภาษี

KEY

POINTS

  • รัฐบาลประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยืนยันมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานกว่า 90 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ 60 วัน และน้ำมันจากแหล่งอื่นที่จัดหาไว้แล้วอีก 30 วัน
  • มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งจัดหาแหล่งนำเข้าพลังงานเพิ่มเติมจากพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเร่งการผลิตก๊าซจากอ่าวไทยและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA)
  • เตรียมพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วยดูแลระดับราคาพลังงานในประเทศ หากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถตรึงราคาได้ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล

4 มีนาคม 2569 เวลา 16.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม พร้อมทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานร่วมในประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งการจัดเตรียมมาตรการดูแลผลกระทบทั้งด้านพลังงาน ด้านราคาสินค้าและการค้าระหว่างประเทศ และด้านตลาดเงินและตลาดทุน 

นายพิพัฒน์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงาน โดยรัฐบาลขอให้ประชาชนไทยอย่าได้ตื่นตระหนกเรื่องของน้ำมันไม่เพียงพอ เพราะขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมที่จะหาพลังงานในส่วนต่าง ๆ เข้ามาเพื่อชดเชย

“เบื้องต้นที่มีการประกาศไปแล้วคือเรื่องน้ำมันสำรองที่เราสามารถที่จะรองรับได้ 60 วัน นั่นหมายความว่าถ้าเราไม่มีพลังงาน หรือไม่มีน้ำมันดิบหรืออะไรเข้ามาสู่ประเทศไทยเลย เราสามารถยืนได้ 60 วัน แต่กระทรวงพลังงานก็ยังมีความสามารถที่จะหาน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ เพราะมีการซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นอยู่แล้ว 50% ดังนั้นถึงแม้ว่า 60 วันหมดไป ก็ยังมีน้ำมันสำรองอีก 50% หรือเรายังต้านได้อีกประมาณ 30 วัน รวมแล้วก็เกิน 90 วัน” นายพิพัฒน์ กล่าว 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานยังประสานในหลายๆ ตลาดเพื่อหาน้ำมันดิบ หรือก๊าซ LNG เข้ามาเพื่อป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าในการผลิตกระแสไฟฟ้า ควบคู่ไปกับพลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม การผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน และการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการนำน้ำมันปาล์มมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าหากมีความจำเป็นได้ด้วย 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานจัดหาแหล่งนำเข้าพลังงานเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยแจ้งรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบภายใน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในการจัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจากแหล่ง อื่น ๆ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการแหล่งพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอมีความเหมาะสมกับสถานการณ์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมยังมอบหมายกระทรวงพลังงานร่วมกับ กระทรวงการคลังเพื่อหาแนวทางในการลดผลกระทบต่อระดับราคาพลังงานภายในประเทศ โดยต้องติดตามสถานการณ์ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลังก่อนว่า เมื่อได้เข้ามาดูระดับราคาน้ำมันในประเทศได้ถึงจุดหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายของนายกฯ หากมีความจำเป็นต้องดูแลต่อไป ก็อาจใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตมาดูแลด้วย

พร้อมกันนี้ในการจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่มาจากอ่าวไทยและเมียนมา รัฐบาลพร้อมเร่งผลิตมากขึ้นรวมทั้งจะรีบนำแหล่งผลิตพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Joint Development Area: JDA) เสนอเข้ามายังที่ประชุมครม. เร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรใหม่ให้กระทบภายในประเทศน้อยที่สุด

ขณะที่การดูแลด้านตลาดเงินและตลาดทุน ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่ากลไก Circuit Breaker ที่หยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เมื่อร่วงลงทะลุ 8% วันนี้ก็ช่วยให้คนปรับตัวเข้าใจสถานการณ์ได้ดี และปิดตลาดวันนี้ก็มีมูลค่าการซื้อขายสูง โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและยืนยันว่าเสถียรภาพยังมั่นคงมาก พร้อมทั้งใช้เครื่องมือในการติดตามและดูแลในกรณีที่มีการไถ่ ถอนหน่วยลงทุนผิดปกติ และติดตามสภาพคล่องสุทธิของผู้ประกอบการบริษัทหลักทรัพย์ที่ยังเพียงพอ 

ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากช่วงก่อนการเกิด เหตุการณ์ความไม่สงบสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค แต่โดยรวมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน  

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสองอย่างเข้มงวดทั้งเรื่องการกักตุนและการขึ้นราคาที่ไม่มีเหตุผล โดยทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดในทุกพื้นที่ หากพบเหตุการณ์จะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าและบริการเข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวด 

ต่อมาคือเรื่องการขนส่งสินค้า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประสานงานกับภาครัฐและเอกชน ทั้งผู้ประกอบการขนส่งทางบก เรือ และอากาศ เพื่อหาแนวทางเฝ้าระวังและดูแลต้นทุนค่าขนส่ง โดยจะมีการประชุมนัดแรกวันที่ 6 มี.ค. นี้ เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงพาณิชย์ เพราะขณะนี้พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของค่าประกันภัยที่สูงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศทุกวันเพื่อติดตามสถานการณ์ ส่วนการดูแลต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย ที่มีการนำเข้าจากตะวันออกกลาง กระทรวงพาณิชย์จะกำลังเร่งเจรจากับตลาดอื่นเพื่อให้มีปุ๋ยในราคาที่เหมาะสม เช่น มาเลเซียและบรูไน เพื่อไม่ให้กระทบผู้ประกอบการมากนัก