thansettakij
thansettakij
ไทย-เวียดนาม 2026: เศรษฐกิจไทยยังขาดเสถียรภาพ  เวียดนามก้าวหน้าเกินคาด

ไทย-เวียดนาม 2026: เศรษฐกิจไทยยังขาดเสถียรภาพ  เวียดนามก้าวหน้าเกินคาด

14 ม.ค. 2569 | 22:15 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 06:40 น.

BLS Wealth Research คาดปี 2569 เวียดนาม จะเติบโตได้ดีกว่าไทย โดยมี GDP Growth ที่สูงกว่าคาดหมาย และมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั้งจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว

ภาพเศรษฐกิจปี 2569 ฉายภาพความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองประเทศ ในขณะที่ไทยยังต้องเผชิญกับลมต้านรอบด้านที่กดดันให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเปราะบาง เวียดนามกลับมีกันชน (Buffers) ที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งจากโครงสร้างการส่งออกและการท่องเที่ยว ช่วยลดทอนผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่า  

ไทย: การฟื้นตัวบนความเสี่ยงและข้อจำกัด 

สำหรับเศรษฐกิจไทย เรายังคงมุมมองระมัดระวังโดยประเมิน GDP ปี 2569 ไว้ที่ 1.6% YoY (Base Case) ซึ่งถือเป็นระดับการเติบโตที่เปราะบาง ท่ามกลางความเสี่ยงขาลง (Downside Risks) ที่รุมเร้าทั้งจากภายนอกและภายใน

ตั้งแต่นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่จ่อกดดันภาคส่งออก ไปจนถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลให้ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2027 ล่าช้า ซึ่งจะลดทอนประสิทธิภาพของเม็ดเงินภาครัฐในการพยุงเศรษฐกิจ 

ซ้ำเติมด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงที่กดทับกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค หากขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุดและมีประสิทธิผล เราอาจเห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์ 

ไทย-เวียดนาม 2026: เศรษฐกิจไทยยังขาดเสถียรภาพ  เวียดนามก้าวหน้าเกินคาด

จุดที่เป็นแสงสว่าง: ท่องเที่ยวและ FDI 

อย่างไรก็ดี ในความท้าทายยังมีปัจจัยบวกเฉพาะจุดที่คอยประคองเศรษฐกิจ นั่นคือ

  1. ภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 34 ล้านคน (+3.1% YoY) โดยมีแรงหนุนสำคัญจากตลาดอินเดีย รัสเซีย และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
  2. เม็ดเงินลงทุน FDI ที่เริ่มทยอยเข้าสู่ระบบจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผลพวงจากการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในช่วง 4Q24–2Q25 ที่ผ่านมา

เวียดนาม: แข็งแกร่งด้วย Structural Buffers 

เมื่อข้ามมาดูฝั่งเวียดนาม ภาพรวมสดใสกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เราประเมินการเติบโตของ GDP ปี 2026 ในกรอบ 6.5%–7.0% YoY แม้เวียดนามจะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกับไทย

แต่สิ่งที่ทำให้เวียดนามแตกต่างคือ โครงสร้างการส่งออกที่ยืดหยุ่น โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสัดส่วนถึง 32% ของการส่งออกไปสหรัฐฯ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีนำเข้า ประกอบกับการเป็นฐานการผลิตสินค้า Global Brands (สิ่งทอ/รองเท้า) ทำให้เวียดนามมีเกราะป้องกันผลกระทบที่ดีกว่า

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดี (สัดส่วนราว 8% ของ GDP) ยังทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่ง Buffer สำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของดุลบัญชีเดินสะพัด

จับตาความเสี่ยงระยะสั้น (Cyclical Headwinds) 

แม้โครงสร้างระยะยาวจะดูดี แต่ระยะสั้นเวียดนามกำลังเผชิญการชะลอตัวเชิงวัฏจักร (Cyclical Slowdown) ในฝั่งการบริโภค สะท้อนจากยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. ที่โตเพียง 6.6% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปี) และภาวะ Destocking ในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กดดันยอดขายและการผลิต

อย่างไรก็ตาม เรามองว่านี่เป็นเพียงการปรับฐานชั่วคราวเพื่อให้ Inventory กลับสู่สมดุล โดยคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายได้ในระยะถัดไป หลังจากที่สินค้าคงคลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติราวช่วงกลางปี

บทความโดย ชราภรณ์ กันทะพะเยา, PhD Economist, BLS Wealth Research

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,166 วันที่ 15 - 17 มกราคม พ.ศ. 2569