thansettakij
thansettakij
เข้าสะสมกลุ่มเปิดเมือง เมื่อโควิดผ่านพ้นไป

เข้าสะสมกลุ่มเปิดเมือง เมื่อโควิดผ่านพ้นไป

04 มิ.ย. 64 | 10:36 น.

คอลัมน์มันนี่ดีไอวาย: เข้าสะสมกลุ่มเปิดเมือง เมื่อโควิดผ่านพ้นไป โดย สุนทร ทองทิพย์ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย

เราได้ปรับเพิ่มเป้าหมาย  SET Index ล่วงหน้า 12 เดือนเป็น 1,680 จาก 1,640 เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่ม market EPS (+2% MoM เป็น 87.31 บาท) อิงจากประมาณการ EYG ของเรา เรามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในเดือน มิ.ย. 2564 เราแนะนำให้นักลงทุนสะสมหุ้นที่อิงประเด็นการกลับมาเปิดประเทศ เพื่อตามแนวโน้มการฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของไวรัสในครึ่งหลังปี 2564 และปี 2565 ซึ่งคาดว่า จะได้รับแรงหนุนมาจากการเร่ง ฉีดวัคซีน อุปสงค์ที่สะสมจากช่วงก่อน (pent-up demand) ทั้งกลุ่มสินค้าและบริการ มาตรการกระตุ้นภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนและรัฐที่เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการปรับตัวลดลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อปีที่แล้ว

 

ทั้งนี้การเร่งฉีดวัคซีนในไทยตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2564 และจำนวนเคสผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลง เราก็คาดว่าจะมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในไตรมาส 3/2564 และคาดว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแผนการเปิดพื้นที่ 6 จังหวัดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในครึ่งหลังของปี 2564 เริ่มต้นที่ภูเก็ตในเดือน ก.ค. 2564 นอกจากนี้รัฐบาลจะอัดฉีดเงินอีก 5.0 แสนลบ. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.5% ต่อปีในช่วงปี 2564-65 และเราคาดว่าจะมีการผ่าน พ.ร.ก. เงินกู้ดังกล่าวโดยรัฐสภาพในเร็วๆ นี้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิดระลอก 3

 

กำไรสะสมโดยรวมของ SET ในไตรมาส 1/2564 โตขึ้น 128% YoY และ 24% QoQ มาอยู่ที่ 1.65 แสนลบ. และดีกว่าที่ตลาดคาด 15% ทั้งนี้ ด้วยกำไรไตรมาส 1/2564 ที่ดีกว่าคาดและเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง ก็ทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) โดยรวมของตลาดในปี 2564 ปรับเพิ่มขึ้น 6.5% QoQ ในไตรมาส 2/2564 เป็น 82.67 บาทต่อหุ้น (+108% YoY) แม้ไทยจะยังเผชิญหน้ากับโควิดระลอก 3 อยู่ก็ตาม การเร่งฉีดวัคซีนในไทยตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2564 และจำนวนเคสผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลง เราก็คาดว่าจะมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในไตรมาส 3/2564 กอปรกับมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาลอีก 5.0 แสนลบ. จะทำให้กำไรของตลาดฟื้นตัวขึ้น QoQ ในไตรมาส 3/2564 และ 4/2564

              

ตลาดหุ้นไทยและในเอเชียส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว YTD สืบเนื่องจากการล็อกดาวน์โควิดระลอก 3 และการจัดฉีดวัคซีนที่ล่าช้า ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะพลิกฟื้นขึ้นในครึ่งหลังของปี 2564 เมื่อควบคุมสถานการณ์ได้ 

 

ปัจจุบันมูลค่าหุ้นไม่ได้ตึงตัวแล้ว เพราะ EYG ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 3.77% (-0.8SD) จากจุดต่ำรอบ 10 ปีที่ 3.3% (หรือ -1SD) ในช่วงต้นเดือน เม.ย. 2564

 

ทั้งนี้ เรายังคงสมมติฐานการลงทุน 5 กรณีตามเดิม โดยเป้าหมาย SET Index 12 เดือนของเราที่ 1,680 นั้นสอดคล้องกับสมมติฐานกรณีที่ 1 ซึ่งอิง -1.0SD EYG สำหรับสมมติฐานกรณีนี้นอกจากจะคาดถึงความสำเร็จในการฉีดวัคซีนในไทยจำนวน 65 ล้านโดสในปี 2564 และการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในไตรมาส 3/2565 ก็ยังคาดถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่พัฒนาในทางที่ดีขึ้น หรือมีการเร่งฉีดวัคซีนในไทยที่เร็วกว่าคาดจำนวน 100 ล้านโดสในปี 2564 และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ในไตรมาส 1/2565 ทั้งนี้ สหรัฐฯ และจีนจะกลับมาเจรจาทางการค้าเฟส 1 กันอีกครั้งก่อนที่จะสิ้นสุดลงในสิ้นปี 2564

 

ปัจจัยเสี่ยงต่อมุมมองเชิงบวกของเราคือประเด็นการฉีดวัคซีน เงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น วัฏจักรที่ผ่อนแรงลงจากการที่จีนเข้มงวดด้านมาตรการเครดิตมากขึ้น ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่พัฒนาไปในทางลบ อีกปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความไม่สงบทางการเมืองในไทยที่อาจพัฒนาไปในทางลบมากยิ่งขึ้น

 

เราชอบหุ้นที่อิงประเด็นการกลับมาเปิดประเทศที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในไตรมาส 3/2564 และแผนการกลับมาเปิดประเทศในบางพื้นที่ในครึ่งหลังปี 2564 และกลับมาเปิดทั้งประเทศในปี 2565 โดยคาดว่ากลุ่มการท่องเที่ยว ขนส่ง ธนาคาร พลังงาน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ นิคมอุตสาหกรรม การพาณิชย์ โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาลนานาชาติ สื่อ และขนส่งมวลชนจะได้ประโยชน์จากประเด็นการกลับมาเปิดประเทศของไทย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: