
บริษัทข้ามชาติอย่าชะล่าใจภาษี Pillar Two ชี้ CIT เกิน 15% ไม่พ้นเกณฑ์
Forvis Mazars Thailand เตือนบริษัทข้ามชาติระวังความเข้าใจผิดภาษี Pillar Two ชี้อัตรา CIT เกิน 15% ไม่ได้ยกเว้นภาษีส่วนเพิ่ม แนะเตรียมข้อมูลและระบบบัญชีรับเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำทั่วโลก
KEY
POINTS
- อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ที่เกิน 15% ไม่ได้ประกันว่าบริษัทข้ามชาติจะพ้นจากเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำ Pillar Two โดยอัตโนมัติ
- การคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ต้องพิจารณาจากอัตราภาษีที่แท้จริง (ETR) ตามหลักเกณฑ์ GloBE ซึ่งมีความซับซ้อนและอาจต่ำกว่า 15% แม้ CIT จะสูงกว่าก็ตาม
- บริษัทข้ามชาติที่มีรายได้รวมตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไป ควรเร่งเตรียมข้อมูลภาษีรอการตัดบัญชีและระบบรายงาน เนื่องจากมาตรการผ่อนปรน (Safe Harbour) เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว
Forvis Mazars Thailand เตือนกลุ่มบริษัทข้ามชาติทำความเข้าใจเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำทั่วโลก Pillar Two หลังพบความเข้าใจผิดว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ 15% ขึ้นไปไม่ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม ย้ำต้องประเมินอัตราภาษีที่แท้จริงตามกฎ GloBE พร้อมเร่งเตรียมข้อมูลภาษีรอการตัดบัญชีและระบบรายงานก่อนสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน
บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย จำกัด เตือนกลุ่มวิสาหกิจข้ามชาติ (MNE) ให้เร่งทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำทั่วโลก หรือ BEPS 2.0 Pillar Two หลังพบว่ายังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) โดยเฉพาะความเชื่อว่า หากประเทศที่ดำเนินธุรกิจมีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย (CIT) ตั้งแต่ 15% ขึ้นไป จะไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดดังกล่าวโดยอัตโนมัติ
นายปรินทร์ ทรัพย์ไสวผล ผู้อำนวยการฝ่ายภาษีอากร และนายพีระ เจนการศึก ผู้เชี่ยวชาญภาษีอากรอาวุโส บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้กำหนดกรอบ Pillar Two เพื่อจำกัดการโยกย้ายกำไรของกลุ่มบริษัทข้ามชาติไปยังประเทศที่จัดเก็บภาษีต่ำ โดยกำหนดอัตราภาษีที่แท้จริงขั้นต่ำ (ETR) ไว้ที่ 15% หากอัตราภาษีที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์นี้ไม่ได้ใช้กับทุกธุรกิจ แต่ครอบคลุมกลุ่ม MNE ที่มีรายได้รวมตามงบการเงินรวมตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไป ในอย่างน้อย 2 ปี จาก 4 ปีบัญชีก่อนหน้าตามเกณฑ์ที่กำหนด แม้เงื่อนไขรายได้จะดูชัดเจน แต่รายละเอียดการคำนวณภายใต้กฎ GloBE มีความซับซ้อน และต้องพิจารณามากกว่าอัตราภาษีตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
5 ความเข้าใจผิด Pillar Two ที่บริษัทข้ามชาติต้องระวัง
1. CIT ตั้งแต่ 15% ขึ้นไป ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นเกณฑ์
การคำนวณ ETR ภายใต้ Pillar Two พิจารณาจากภาษีที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Covered Tax: ACT) เทียบกับรายได้ตามหลักเกณฑ์ GloBE (GloBE Income) โดยต้องปรับปรุงรายการต่าง ๆ เช่น ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ความแตกต่างด้านเวลาในการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี ซึ่งอาจทำให้อัตราภาษีที่แท้จริงต่ำกว่า 15% แม้อัตรา CIT ตามกฎหมายจะสูงกว่าระดับดังกล่าวก็ตาม
สำหรับนิติบุคคลในไทยที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก BOI มีโอกาสผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ยังจำเป็นต้องประเมินรายละเอียดตามกฎ GloBE อย่างรอบคอบ
2. ไม่ได้บันทึก Deferred Tax ตามมาตรฐานบัญชีไทย ก็อาจต้องคำนวณ
กิจการที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAE) อาจไม่มีข้อกำหนดให้บันทึกภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีตามมาตรฐานบัญชีไทย แต่ภายใต้ Pillar Two รายการดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณภาษีที่ปรับปรุงแล้ว บริษัทจึงอาจต้องจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมและวางระบบรวบรวมข้อมูล แม้ที่ผ่านมาไม่เคยจัดทำข้อมูลส่วนนี้มาก่อน
3. บริษัทแม่อยู่ไทย ก็อาจเข้าข่าย Pillar Two
เกณฑ์พิจารณาจากรายได้รวมของกลุ่มบริษัท ไม่ใช่สถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ดังนั้น กลุ่ม MNE ที่มีบริษัทแม่ในประเทศไทยและดำเนินธุรกิจในต่างประเทศก็อาจอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์นี้เช่นกัน ขณะที่บริษัทย่อยในไทยของกลุ่มบริษัทต่างชาติต้องเตรียมข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลภาษีรอการตัดบัญชี และรายละเอียดที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการคำนวณภาษีและการรายงานในระดับกลุ่ม
Safe Harbour เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ต้องเตรียมระบบรองรับ
4. ผ่าน Safe Harbour ไม่ได้หมายความว่าหมดภาระในระยะยาว
มาตรการ Transitional CbCR Safe Harbour ช่วยลดภาระการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มต้นในหรือก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่เมื่อสิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยทั่วไปกลุ่มบริษัทจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการคำนวณตามกฎ GloBE อย่างเต็มรูปแบบ การใช้ช่วงเวลานี้พัฒนาระบบข้อมูลและกระบวนการทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ
5. CbCR ETR ไม่ใช่ GloBE ETR
อัตราภาษีที่แท้จริงแบบง่าย (Simplified ETR) สำหรับการพิจารณา Safe Harbour อ้างอิงข้อมูลจากรายงาน Country-by-Country Reporting (CbCR) เป็นหลัก ขณะที่ GloBE ETR ต้องรวมรายการปรับปรุงและกฎเฉพาะเพิ่มเติม เช่น ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ดังนั้น การผ่านเกณฑ์ Safe Harbour จึงไม่ได้ยืนยันว่าอัตรา GloBE ETR ที่คำนวณตามหลักเกณฑ์เต็มรูปแบบจะสูงกว่า 15% เสมอไป
แนะบริษัทเร่งเตรียมพร้อม ลดความเสี่ยงภาษีส่วนเพิ่ม
Forvis Mazars ระบุว่า Pillar Two ไม่ได้พิจารณาเพียงอัตราภาษีขั้นต่ำ 15% แต่ยังเกี่ยวข้องกับการคำนวณ GloBE ETR การจัดทำข้อมูลภาษีรอการตัดบัญชี และเงื่อนไข Safe Harbour ซึ่งล้วนส่งผลต่อการประเมินภาระภาษีของกลุ่มบริษัทข้ามชาติ
บริษัทจึงแนะนำให้ทีมบัญชีและภาษีของกลุ่ม MNE ที่อยู่ในขอบเขตเร่งตรวจสอบสถานะการเข้าข่าย ประเมินสิทธิ Safe Harbour และเตรียมระบบข้อมูลสำหรับการคำนวณและยื่นรายงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2569 เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากภาระภาษีที่ไม่คาดคิดและเพิ่มความพร้อมต่อข้อกำหนดในระยะต่อไป







