thansettakij
thansettakij
สรุป 15 ไฮไลท์ "เควิน วอร์ช" ประธานเฟด บนเวที IMF ที่กรุงเทพฯ

สรุป 15 ไฮไลท์ "เควิน วอร์ช" ประธานเฟด บนเวที IMF ที่กรุงเทพฯ

16 ต.ค. 69 | 06:25 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ต.ค. 69 | 04:07 น.

"วอร์ช" มอง AI ช็อกบวกที่กระทบอุปสงค์ก่อน เตือนเงินเฟ้อเป็นโจทย์ร่วมทั่วโลก ธนาคารกลางคุมเข้มพร้อมกัน "ไม่มีใครเกาะกินฟรี" ขณะเฟดถอนการผ่อนคลายแล้วหนึ่งขนาน และเลิก forward guidance

KEY

POINTS

  • เควิน วอร์ช ประธานเฟด มองว่า AI คือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งอุปทานและอุปสงค์ และจะพลิกโฉมวิธีการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต
  • เฟดประกาศยกเลิกการส่งสัญญาณชี้นำล่วงหน้า (forward guidance) โดยจะหันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจตามจริงในปัจจุบัน และเน้นย้ำเรื่องความน่าเชื่อถือของสถาบันเป็นหลัก
  • เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นกว่าที่คาดการณ์ แม้ธนาคารกลางทั่วโลกจะคุมเข้มนโยบายการเงินพร้อมกัน ขณะที่การลงทุนในสหรัฐฯ ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง
  • วอร์ชเชื่อว่าสหรัฐฯ จะแข็งแกร่งขึ้นและเป็นผู้นำการเติบโตของโลก โดยหวังว่าแนวคิดใหม่ของเฟดจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอื่นด้วย

นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนที่ 17 ร่วมสนทนากับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ในหัวข้อ "พลังที่กำลังปรับโฉมเศรษฐกิจโลก" ในการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. AI คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

วอร์ชมองว่า AI จะส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และโลกมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ระยะกลางจะเป็น "ช็อกด้านอุปทานเชิงบวก" แต่ตอนนี้กำลังดันอุปสงค์รวมขึ้นก่อน และเส้นทางไปถึงจุดนั้นน่าจะขรุขระ

2. AI จะพลิกวิธีทำนโยบายการเงิน

ธนาคารกลางจะเข้าถึงข้อมูลทั่วโลกได้ทันที มีเครื่องมือใหม่กลั่นกรองสัญญาณจริงออกจากสัญญาณรบกวน ไม่ต้อง "ทรมาน" ข้อมูลด้วยแบบจำลองเก่าเพื่อหาแนวโน้มเงินเฟ้ออีกต่อไป

3. การลงทุนสหรัฐฯ พุ่งแรง จากภาวะชะงักงันสู่การเติบโตเชิงโครงสร้าง

การลงทุนไม่ได้มีแค่ AI แต่ขยายวงกว้าง วอร์ชมองว่าเป็นผลจากนโยบายมหภาคที่ดีและพื้นฐานจุลภาคที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ

นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนที่ 17 ร่วมสนทนากับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา ผู้อำนวยการ IMF ในหัวข้อ "พลังที่กำลังปรับโฉมเศรษฐกิจโลก" ในการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569

4. เฟดถอนการผ่อนคลายหนึ่งขนาน เลิกส่งสัญญาณล่วงหน้า

เฟดยืนยันจะรักษาเสถียรภาพราคา แต่วอร์ชไม่บอกทิศทางการประชุม FOMC อีก 2 ครั้งที่เหลือของปี โดยระบุว่าเป็น "บทใหม่ของเฟด" ที่ไม่ใช้ forward guidance อีกแล้ว

5. ทั่วโลกคุมเข้มพร้อมกัน "ไม่มีใครเกาะกินฟรี"

เงินเฟ้อเป็นปัญหาร่วมของทุกประเทศ แต่ละธนาคารกลางเลือกทางของตัวเอง แต่ผลรวมคือการคุมเข้มนโยบายการเงินพร้อมกันเกือบทั่วโลก ซึ่งเขามองเป็นพัฒนาการเชิงบวก

6. เศรษฐกิจโลกยืดหยุ่นเกินคาด

แม้มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สมาชิก G20 จำนวนมากยังยืนหยัดได้ดี ซึ่งวอร์ชยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าจะคาดได้เมื่อ 5-6 เดือนก่อน

7. ตั้ง 5 คณะทำงานภายนอก นัด Field Hearing ครั้งแรก 16 พ.ย.

คณะทำงานด้านผลิตภาพและการจ้างงานจะจัดรับฟังความเห็นที่บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก เฟดหวังให้ผลการศึกษาเป็น "สินค้าสาธารณะของโลก" ที่ประเทศอื่นนำไปใช้ได้

นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนที่ 17 ร่วมสนทนากับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา ผู้อำนวยการ IMF ในหัวข้อ "พลังที่กำลังปรับโฉมเศรษฐกิจโลก" ในการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569

8. 148 วันในตำแหน่ง: "ไม่มีสภาพเดิมให้ย้อนกลับไป"

วอร์ชยอมรับว่ายังให้เวลากับงานนอกนโยบายการเงินไม่พอ ทั้งที่คน 75% ในเฟดทำงานด้านอื่น ย้ำว่าพลังแท้จริงของธนาคารกลางคือความน่าเชื่อถือของสถาบัน และประธานคนที่ 17 จะไม่ทำตัวเหมือนคนก่อนๆ เพราะโลกเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย พร้อมทิ้งท้ายว่า "ผมชอบกรอบคิด มากกว่าการยึดแบบจำลอง"

9. "มองออกไปนอกหน้าต่าง" วิธีอ่านเศรษฐกิจแบบวอร์ช

เขาไม่ยึดข้อมูลย้อนหลังหรือการพยากรณ์ปี 2027-2028 ที่ไม่มีใครทำได้แม่นยำ แต่พยายามดูว่าตอนนี้ผลผลิต การจ้างงาน และเงินเฟ้อเป็นอย่างไรจริงๆ และระบุว่าเดือนที่ผ่านมาโลกเป็นไปตามที่เฟดคาดไว้โดยรวม

10. ยังไม่รู้ว่า AI จะกระทบการจ้างงานอย่างไรใน 12-18 เดือน

ความไม่แน่นอนยังสูง ทั้งเรื่องโครงสร้างตลาดของเทคโนโลยีใหม่ ใครจะได้กำไร และจะเกิดอะไรกับคนที่เดิมพันผิดทาง

11. ไม่ห้ามผลลัพธ์เบี่ยง แต่ต้องคุมความเสี่ยงสุดโต่ง

วอร์ชมองว่าธนาคารกลางไม่ควรพยายามกันไม่ให้เศรษฐกิจเบี่ยงจากผลที่น่าจะเกิดที่สุด แต่ต้องถามอย่างถ่อมตนว่ามีความเสี่ยงหางยาว (tail risks) ด้านลบที่จัดการได้หรือไม่ รวมถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน

12. ยังมี "แผลเป็น" จากวิกฤตการเงินโลก

วอร์ชเคยเป็นผู้ว่าการเฟดที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ (35 ปี) ช่วงวิกฤตปี 2008 เขาบอกว่าอาจมีแผลเป็นมากไป แต่ก็ดีกว่ามีน้อยไป

13. "เครื่องพิมพ์เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด"

พลังแท้จริงของธนาคารกลางคือความน่าเชื่อถือ ซึ่งได้รับสืบต่อจากประธานคนก่อน ถ้าส่วนใดของเฟดพลาด ทั้งงานกำกับดูแลหรือระบบชำระเงิน ก็กระทบความน่าเชื่อถือของทั้งสถาบัน

14. "สิ่งที่รู้ได้ยากที่สุดคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า"

อ้างถึงออร์เวลล์และสุนทรพจน์ที่แจ็กสันโฮลว่า งานแรกของเฟดคือซักถามความเป็นจริงว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น

15. สหรัฐฯ จะออกมาแข็งแกร่งขึ้น และไม่ใช่เกมได้ฝ่ายเดียว

เขาเชื่อว่าสหรัฐฯ จะมีเศรษฐกิจที่ยั่งยืนขึ้นและนำโลกด้านการเติบโต โดยหวังว่าแนวคิดใหม่ของเฟดจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอื่นด้วย