thansettakij
thansettakij
MVP แจง 6 ปมงบปี 68 หลังผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น เร่งหาหลักฐานประกอบ

MVP แจง 6 ปมงบปี 68 หลังผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น เร่งหาหลักฐานประกอบ

16 ต.ค. 69 | 06:25 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 06:26 น.

MVP แจงผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นงบปี 68 เปิด 6 ปม ทั้ง Special Audit คืบหน้า 75% ลูกหนี้และเงินดิจิทัล พร้อมเร่งรวบหลักฐานแก้ไข รายงานตลาดหลักทรัพย์ทุกไตรมาส

KEY

POINTS

  • บริษัท เอ็ม วิชั่น (MVP) ชี้แจงกรณีผู้สอบบัญชี "ไม่แสดงความเห็น" ต่องบการเงินสิ้นสุดปี 2568 เนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอได้
  • ผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตใน 6 ประเด็นสำคัญ อาทิ การตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ที่ยังไม่แล้วเสร็จ, การไม่สามารถตรวจสอบยอดลูกหนี้การค้า, ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารที่น่าเชื่อถือ และรายการที่เกี่ยวกับเงินดิจิทัล
  • MVP กำลังเร่งรวบรวมเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมในทุกประเด็น เพื่อให้ผู้สอบบัญชีสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2569

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่อง ชี้แจงกรณีผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ฉบับปรับปรุง)

โดยในเอกสารระบุว่า ตามที่บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงกรณีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัท พราวด์ อินโปร จำกัด ออกรายงานแบบ "ไม่แสดงความเห็น" (Disclaimer of Opinino) ต่องบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจสำหรับสิ้นปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ตามหนังสือที่อ้างอิงถึงนั้น บริษัทขอปรับปรุงคำชี้แจงให้สอดคล้องกับรายงานผู้สอบบัญชีฉบับข้อมูลล่าสุด โดยคงแนวทางดำเนินการตามที่ได้ชี้แจงไว้เดิมสำหรับประเด็นที่สาระสำคัญมิได้เปลี่ยนแปลง และชี้แจงในแต่ละประเด็นตามลำดับ ดังต่อไปนี้

1. กรณีรายการบัญชีที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิเศษ (Special Audit)

เหตุที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น :
สำนักงาน ก.ล.ต. มีคำสั่งให้ตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ ว่าจ้างบริษัท พีเคเอฟ ออดิท (ประเทศไทย) จำกัด หรือ PKF ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่การตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ ณ วันที่ในรายงานผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีจึงไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีรายการปรับปรุงใดที่จำเป็นหรือไม่

บริษัทชี้แจงว่า :
บริษัทให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารประกอบ โดยก่อนหน้านี้ PKF คาดว่าจะส่งรายงานภายในเดือนกันยายน 2569 แต่พ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว ปัจจุบันการตรวจสอบคืบหน้า 75% และบริษัทอยู่ระหว่างติดตามการจัดทำและส่งรายงาน เมื่อได้รับรายงานแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบจะพิจารณาผล และบริษัทจะเปิดเผยสรุปสาระสำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ทันที

2. การนำเสนองบการเงินรวมของบริษัท เอ็มอาร์ คอนเน็กซ์ จำกัด (MRC)

เหตุที่ผู้สอบบัญชีระบุ :
บริษัทถือหุ้น MRC 40% และในเดือนมิถุนายน 2568 กรรมการของ MRC ลาออก 1 ท่าน ทำให้เหลือกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทผู้สอบบัญชีจึงเห็นว่า บริษัทมีอำนาจควบคุม MRC และควรนำงบการเงินของ MRC มาจัดทำงบการเงินรวมตั้งแต่วันที่เริ่มควบคุม
ผลที่ผู้สอบบัญชีระบุว่าแสดงไว้ต่ำไป ได้แก่

  • สินทรัพย์ 1.70 ล้านบาท
  • หนี้สิน 2.17 ล้านบาท
  • รายได้ 9.91 ล้านบาท
  • ขาดทุนสุทธิ 0.32 ล้านบาท

บริษัทชี้แจงว่า :
บริษัทรับทราบข้อสังเกต และจะปรับปรุงการจัดประเภทเงินลงทุนใน MRC จากบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยประสานผู้สอบบัญชีเพื่อพิจารณาวันที่เริ่มมีอำนาจควบคุมและงวดบัญชีที่ต้องปรับปรุงให้ครบถ้วน

สำหรับผลกระทบต่อขาดทุนสุทธิ 0.32 ล้านบาท บริษัทระบุว่าเป็นจำนวนตามที่ผู้สอบบัญชีระบุ และต้องพิจารณาร่วมกับผลกระทบต่อสินทรัพย์ หนี้สิน และรายได้

บริษัทมุ่งแก้ไขการนำเสนองบการเงินให้ถูกต้อง โดยไม่ใช้ผลกระทบต่อขาดทุนสุทธิเพียงรายการเดียวเป็นเหตุยกเว้นการปรับปรุง นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างสรรหากรรมการเพิ่มเติมใน MRC ร่วมกับผู้ถือหุ้นรายอื่น เพื่อให้โครงสร้างการกำกับดูแลชัดเจนขึ้น

3. ลูกหนี้การค้า

เหตุที่ผู้สอบบัญชีระบุ :
ลูกหนี้การค้า 22.13 ล้านบาท ไม่มีหลักฐานยืนยันการรับมอบงาน และลูกหนี้ยืนยันว่าไม่มีหนี้คงค้างจำนวน 16.45 ล้านบาท ยอด 22.13 ล้านบาทเป็นยอดตามรายงานผู้สอบบัญชีฉบับล่าสุด แทนยอด 24.06 ล้านบาทที่อ้างถึงในคำชี้แจงเดิม

บริษัทชี้แจงว่า :
บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานเพื่อยืนยันการมีอยู่และความถูกต้องของยอดลูกหนี้ สำหรับยอด 22.13 ล้านบาท บริษัทจะรวบรวมหลักฐานการรับมอบงานเพิ่มเติม เช่น หลักฐานการรับชำระเงินภายหลังวันสิ้นงวด หนังสือยืนยันจากลูกค้า และหลักฐานการส่งมอบงานหรือบริการ โดยคาดว่าจะรวบรวมเสร็จภายใน ไตรมาส 4 ปี 2569

การปรับยอดในคำชี้แจงฉบับนี้เป็นการปรับให้ตรงกับรายงานผู้สอบบัญชีฉบับล่าสุด ไม่ได้ถือว่าผลต่างของยอดเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับการรับชำระหนี้หรือการเปลี่ยนแปลงค่าเผื่อ บริษัทฯ จะพิจารณาผลทางบัญชีจากรายละเอียดและหลักฐานของลูกหนี้แต่ละราย

ส่วนยอดที่ลูกหนี้ยืนยันว่าไม่มีหนี้คงค้าง 16.45 ล้านบาท บริษัทเคยชี้แจงว่าได้รับการยืนยันภาระหนี้เพิ่มเติมจากลูกหนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 และส่งให้ผู้สอบบัญชีพิจารณาประกอบในงวดถัดไป บริษัทฯ จะใช้หลักฐานดังกล่าวประกอบการตรวจสอบและกระทบยอด โดยผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับความเพียงพอของหลักฐานและการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี

4. กรณีค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารประกอบที่น่าเชื่อถือ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีจำนวน 98.17 ล้านบาท และเป็นยอดสุทธิ 73.64 ล้านบาท

เหตุที่ผู้สอบบัญชีระบุ :
เอกสารประกอบการจ่ายชำระบางส่วนเป็นสำเนาถ่ายเอกสาร และบางรายการไม่มีเอกสารประกอบ ทำให้ไม่สามารถระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายและผู้รับเงินได้

บริษัทชี้แจงว่า :
รายการดังกล่าวเป็นค่าจ้างและค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ World และโครงการอื่น ๆ เอกสารต้นฉบับบางส่วนอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานราชการตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งมีการเรียกเก็บเอกสารเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 บริษัทฯ ได้ขอคัดสำเนาเอกสารจากหน่วยงานแล้ว และอยู่ระหว่างติดตาม รวมทั้งรวบรวมเอกสารต้นฉบับและหลักฐานเพิ่มเติมจากคู่ค้า เพื่อให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนได้

5. กรณีรายได้และค่าใช้จ่ายจากเงินดิจิทัล

เหตุที่ผู้สอบบัญชีระบุ :
รายได้จากการให้บริการ 216.02 ล้านบาท สุทธิจากส่วนแบ่งรายได้ 24.53 ล้านบาท แสดงในงบการเงิน 191.49 ล้านบาท โดยรับชำระในรูปแบบเงินดิจิทัล นอกจากนี้มีค่าใช้จ่ายจากเงินดิจิทัล 99.20 ล้านบาท และค่าใช้จ่าย 99.20 ล้านบาทในรูปแบบเงินดิจิทัล ซึ่งไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากร เนื่องจากไม่ทราบมูลค่าที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย

บริษัทชี้แจงว่า :
รายได้ดังกล่าวเป็นค่าบริการที่ให้แก่นิติบุคคลในต่างประเทศ บริษัทฯ อยู่ระหว่างหารือกับที่ปรึกษาภาษีอิสระ เพื่อวินิจฉัยอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้อง รวมถึงเงื่อนไขการให้บริการที่ใช้ในต่างประเทศ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 30 วันนับจากวันแต่งตั้งที่ปรึกษา

หากผลวินิจฉัยพบว่ามีภาระภาษี บริษัทจะยื่นแบบแสดงรายการเพิ่มเติมโดยสมัครใจ พร้อมบันทึกภาษีค้างจ่าย เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มในงบการเงินทันที

6. กรณีรายการบัญชีอื่นที่ไม่มีเอกสารประกอบเพียงพอ

เหตุที่ผู้สอบบัญชีระบุ :
รายการที่ไม่มีเอกสารประกอบหรือหลักฐานตรวจสอบเพียงพอ ได้แก่

  • ภาษีซื้อรอใบกำกับภาษี 1.18 ล้านบาท
  • อุปกรณ์ 7.77 ล้านบาท
  • บัญชีพักเพื่อซื้อสินทรัพย์ 0.75 ล้านบาท
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 6.08 ล้านบาท
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตนระหว่างการพัฒนา 4.80 ล้านบาท
  • เงินมัดจำค่าซื้อสินทรัพย์ 1.68 ล้านบาท
  • เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 2.30 ล้านบาท
  • รายได้ 36.51 ล้านบาท ซึ่งไม่สามารถระบุผู้จ่ายเงินให้ตรงกับชื่อลูกค้าได้
  • รายได้ 28.01 ล้านบาท ซึ่งไม่มีหลักฐานยืนยันการรับมอบงาน

บริษัทชี้แจงว่า :
บริษัทยังคงแผนรวบรวมและจัดเตรียมเอกสารสนับสนุนรายการทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน ไตรมาส 4 ปี 2569 (Q4/2569) เพื่อให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบได้ครบถ้วนในการตรวจสอบงวดถัดไป หากไม่สามารถจัดหาหลักฐานสนับสนุนได้ บริษัทจะปรับปรุงรายการให้ถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน สำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและสินทรัพย์ระหว่างการพัฒนา

บริษัทจะพิจารณาข้อมูลการใช้ประโยชน์ ความคืบหน้าการดำเนินงานตามสัญญา และมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน เพื่อประเมินการด้อยค่าตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ส่วนรายได้ 36.51 ล้านบาท บริษัทได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้สอบบัญชีภายหลังวันที่ในรายงานผู้สอบบัญชีแล้ว

แนวทางดำเนินการโดยรวม

บริษัทระบุว่า จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและดำเนินการทุกขั้นตอนที่เป็นไปได้ เพื่อแก้ไขประเด็นที่ผู้สอบบัญชีระบุ โดยมุ่งจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และจะรายงานความคืบหน้าต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ทุกไตรมาสอย่างต่อเนื่อง จนกว่าประเด็นทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขเสร็จสมบูรณ์