thansettakij
thansettakij
บาทแข็งกดส่งออกอาหาร ผู้ส่งออกไทยเข้มเครดิตเทอม เร่งเก็บเงินสด

บาทแข็งกดส่งออกอาหาร ผู้ส่งออกไทยเข้มเครดิตเทอม เร่งเก็บเงินสด

31 ส.ค. 69 | 01:14 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ส.ค. 69 | 01:36 น.

เงินบาทแข็งกดส่งออกเกษตร-อาหาร ผู้ส่งออกไทยเข้มเครดิตเทอม ตลาดใหม่ใช้ COD-มัดจำ 50% ลดเสี่ยงหนี้สูญ ส่วนลูกค้าเก่าสหรัฐฯ ยังได้ 60-90 วัน มั่นใจส่งออกปี 2569 โต 8-10%

KEY

POINTS

รายงานพิเศษ  |  ปลดล็อก Credit Term เดิมพันสภาพคล่องเศรษฐกิจไทย

ตอนที่ 1 | กขค.เคาะ Credit Term บังคับใช้ต้น ก.ย. คุมรายใหญ่จ่ายเงิน SMEs ใน 30-45 วัน

ตอนที่ 2 | รู้กฎแต่ไม่กล้าร้อง เปิดเคสจันทบุรี ค้างจ่ายหลักล้าน

ตอนที่ 3 | อสังหาฯ ชี้ดอกเบี้ยต่ำไม่พอ ปลดล็อก Credit Term เติมสภาพคล่องทั้งระบบ

ตอนที่ 4 | เอสเอ็มอี-ส.อ.ท. จี้เร่งบังคับใช้เครดิตเทอม 45 วัน-แก้ปม SME-GP 6 แสนล้าน

ตอนที่ 5 | บาทแข็งกดส่งออกอาหาร ผู้ส่งออกเข้มเครดิตเทอม เร่งเก็บเงินสด
 

รองประธานหอการค้าไทยชี้เงินบาทแข็ง-ผันผวน กระทบหนักสินค้าเกษตรและอาหาร ผู้ส่งออกลดเสี่ยงหนี้สูญ ตลาดใหม่งดเครดิตเทอม ใช้ COD-มัดจำ 50% ขณะที่ลูกค้าเก่าสหรัฐฯ ยังให้เครดิต 60-90 วัน มั่นใจส่งออกไทยปี 2569 โต 8-10%

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผยว่า การส่งออกไทยในภาพรวมปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวเป็นบวก โดยคาดว่าจะเติบโตประมาณ 8-10% จากปีก่อน และมีโอกาสทำได้สูงกว่าเป้าหมาย หากไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามากระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากโครงสร้างสินค้าส่งออกไทยเปลี่ยนไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไอที ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI

ขณะที่การฟื้นตัวของภาคส่งออกมีลักษณะ K-Shaped โดยกลุ่มเทคโนโลยีอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการปรับตัวต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ปัจจัยที่น่ากังวลอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรกคือ เงินบาทแข็งค่าและผันผวน ซึ่งกระทบขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารที่มีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ

ขณะที่ผู้ประกอบการส่งออก โดยเฉพาะรายกลางและรายย่อย ยังมีข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) เนื่องจากค่าเงินเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการปรับเงื่อนไขทางการค้าและการรับชำระเงินแทน

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผู้ส่งออกไทยปรับกลยุทธ์การบริหารเครดิตเทอมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะตลาดใหม่หรือประเทศที่เพิ่งเริ่มทำการค้า จะไม่ให้เครดิตเทอม และหันมาใช้ Cash on Delivery (COD) หรือกำหนดให้ผู้ซื้อชำระเงินล่วงหน้าสูงสุด 50% เพื่อลดความเสี่ยงจากการเก็บเงินไม่ได้ เนื่องจากธุรกิจส่งออกอาหารมีอัตรากำไรต่ำ หากเกิดหนี้สูญอาจทำให้กำไรพลิกเป็นขาดทุนทันที

ขณะที่ลูกค้าเก่าแก่ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ามายาวนาน โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ยังได้รับเครดิตเทอมประมาณ 60-90 วัน ส่วนคู่ค้าทั่วไปในตลาดอื่นปรับมาใช้เงื่อนไข CAD (Cash Against Documents) คือผู้นำเข้าต้องชำระเงินทันทีเมื่อได้รับเอกสารการส่งออก เพื่อแลกกับเอกสารนำสินค้าออกจากท่าเรือ

นายวิศิษฐ์ประเมินว่า ในช่วงที่เหลือของปี การส่งออกไทยยังมีแรงส่งจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่เดินหน้าสู่ EV ควบคู่กับการรักษาฐานการผลิตรถยนต์สันดาปและไฮบริด ซึ่งยังมีตลาดรองรับ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผู้บริโภคให้น้ำหนักกับราคา ความประหยัด และความคุ้มค่ามากขึ้น