thansettakij
thansettakij
กขค.ใช้กฎเหล็ก  Credit Term บีบโมเดิร์นเทรดจ่ายหนี้ SMEs 45 วัน ฝ่าฝืนปรับ 10%

กขค.ใช้กฎเหล็ก Credit Term บีบโมเดิร์นเทรดจ่ายหนี้ SMEs 45 วัน ฝ่าฝืนปรับ 10%

18 ส.ค. 69 | 12:21 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ส.ค. 69 | 12:22 น.

กขค.ไฟเขียวร่างกฎเหล็ก Credit Term บีบรายใหญ่-โมเดิร์นเทรดจ่ายหนี้ SMEs ไม่เกิน 30-45 วัน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 10% ของรายได้ คาดใช้ต้น ก.ย. 69

KEY

POINTS

  • กขค. เห็นชอบร่างประกาศกำหนดระยะเวลาสินเชื่อการค้า (Credit Term) บังคับให้ธุรกิจรายใหญ่และโมเดิร์นเทรดต้องชำระเงินให้ SMEs ภายใน 45 วันสำหรับสินค้าทั่วไป และ 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร
  • มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการประวิงเวลาจ่ายเงินของรายใหญ่ ซึ่งทำให้ SMEs ขาดสภาพคล่องทางการเงินกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี
  • หากผู้ประกอบการรายใหญ่ฝ่าฝืน จะมีโทษปรับทางปกครองทันทีในอัตราสูงสุด 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด ซึ่งเป็นมาตรการที่เข้มงวดกว่าแนวปฏิบัติเดิม

กขค.ไฟเขียวร่างประกาศ Credit Term บีบรายใหญ่-โมเดิร์นเทรดจ่ายหนี้ SMEs ไม่เกิน 30 วันสินค้าเกษตร และ 45 วันธุรกิจทั่วไป ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 10% หลังเงิน SMEs จมกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี

นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการในคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (บอร์ด กขค.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กขค. เมื่อวันที่ 17 ส.ค.69 ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อทางการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 

โดยจะเปิดประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 15 วัน จากนั้นจะนำข้อคิดเห็นที่ได้มาประมวลผล และออกเป็นประกาศเพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ คาดว่า จะบังคับใช้ได้ราวต้นเดือนก.ย.69

ทั้งนี้ร่างประกาศดังกล่าว เป็นการยกระดับการกำกับดูแลพฤติกรรมการค้าของธุรกิจรายใหญ่ โดยมุ่งไปที่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ (โมเดิร์นเทรด) เกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือการชำระเงินค่าสินค้าให้กับ SMEs ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น 

จากปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) บังคับใช้ไกด์ไลน์สินเชื่อการค้า หรือแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) กรณีผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการ มาตั้งแต่ปี 64 

โดยกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าไม่เกิน 30 วัน สำหรับการค้าสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และการบริการแต่รายใหญ่มักประวิงเวลาจ่ายเกินกำหนด บางรายเกินกว่า 60 วัน 90 วัน หรือ 180 วัน ทำให้ SMEs ขาดเงินทุนหมุนเวียนในทำธุรกิจมากถึงกว่าปีละ 200,000 ล้านบาท และที่สำคัญ เมื่อรายใหญ่ประวิงการจ่าย 

แม้จะมีความผิดตามพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าพ.ศ.2560 แต่การเป็นเพียงไกด์ไลน์ ทำให้การลงโทษล่าช้า เพราะต้องใช้ระยะเวลาการสืบสวนหาข้อเท็จจริงนาน แต่การปรับปรุงร่างประกาศครั้งนี้ จะทำให้สามารถลงโทษปรับทางปกครองได้ทันทีในอัตราไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด หากเป็นการกระทำผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ ให้ชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท

“จากการลงพื้นที่ของ สำนักงาน กขค.พบปะภาคธุรกิจในต่างจังหวัด ได้รับการร้องเรียนจากรายเล็กจำนวนมากว่า โมเดิร์นเทรดรายใหญ่ มักประวิงเวลาการจ่ายเงินค่าสินค้า บางรายนานถึง 180 วัน รวมๆ แล้วปีละกว่า 200,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่เงินเหล่านี้ เป็นเงินของ SMEs บางรายหนักข้อ จะจ่ายให้โดยลดราคาหน้าเช็ค หรือนำเงินไปลงทุนอื่นโดยไม่ต้องกู้แบงก์ และเสียดอกเบี้ย หาประโยชน์มหาศาล ถือเป็นพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม

ซึ่งถ้าเราไม่ลงพื้นที่ แล้วรอให้มีการร้องเรียนเข้ามา รายเล็กก็ไม่กล้าอีก เพราะกลัวรายใหญ่ตัดช่องทางค้าขาย เราจึงต้องใช้ยาแรง เพื่อให้รายใหญ่จ่ายเงินค่าสินค้าไม่เกินกำหนด และ SMEs มีเงินหมุนเวียนทำธุรกิจ”

นอกจากนี้ ในร่างประกาศดังกล่าว ยังได้กำหนดว่า ค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ที่จะอยู่ภายใต้บังคับใช้ของร่างประกาศนี้ มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี กำหนดระยะเวลาสินเชื่อการค้าไม่เกิน 30 วัน สำหรับการค้าสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และการบริการ, ห้ามรายใหญ่ประวิงเวลาจ่ายค่าสินค้าหรือบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันควร

ห้ามเปลี่ยนแปงระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือเงื่อนไขอื่นภายใต้สัญญาโดยไม่มีเหตุอันควร หรือไม่แจ้งล่วงหน้า, ห้ามมีพฤติกรรมอื่นๆ อันเป็นการบังคับโมเดิร์นเทรดรายอื่น ซึ่งเป็นคู่ค้ากับ SMEs อย่างไม่เป็นธรรม เช่น กำหนดเงื่อนไขพิเศษเกี่ยวกับการให้สินเชื่อการค้า ที่อาจสร้างภาระอันไม่จำเป็นแก่คู่สัญญา เป็นต้น 

ทั้งนี้ หากฝ่าฝืน จะมีความผิดตามมาตรา 82 พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า โดยต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด หากเป็นการกระทำผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ ให้ชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท