
เตรียมลุยตรวจ '6 โครงการรัฐ' 2.3 หมื่นล้าน 4 กระทรวง ป้องกันทุจริต
เปิดชื่อโครงการใหญ่ระดับงบพันล้าน 6 โครงการ ใน 4 กระทรวง มูลค่ากว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ป.ป.ท.-สตง.-ป.ป.ช. เตรียมลงพื้นที่ตรวจเข้ม ป้องมหากาพย์ทิ้งงานและยับยั้งความเสียหายงบแผ่นดินก่อนสายเกินแก้
KEY
POINTS
- ป.ป.ท. ร่วมมือกับ ป.ป.ช. และ สตง. เตรียมบูรณาการตรวจสอบโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐเพื่อป้องกันการทุจริต
- มีเป้าหมายตรวจสอบ 6 โครงการ ใน 4 กระทรวง (คมนาคม, มหาดไทย, ศึกษาธิการ, การคลัง) ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท
- การตรวจสอบเป็นการดำเนินการเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสียหายจากการทุจริตและการทิ้งงาน โดยจะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำเงื่อนไขการประมูล (TOR)
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จับมือกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมเปิดปฏิบัติการเชิงรุก บูรณาการตรวจสอบและเฝ้าระวังโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดินและยกระดับความโปร่งใสของประเทศ
แหล่งข่าวเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สำหรับรายชื่อโครงการที่ 3 หน่วยงาน คือ ป.ป.ท. ป.ป.ช. และสตง.จะลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกันในครั้งนี้ มีเป้าหมายใน 4 กระทรวงในหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีมูลค่าโครงการรวมกันกว่า 23,000 ล้านบาท ดังนี้
กระทรวงคมนาคม
- โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่ของกระทรวงคมนาคม มูลค่าประมาณ 4.5 พันล้านบาท
- โครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 347 สายบางกระสั้น - บางปะหัน (กรมทางหลวง) ซึ่งดำเนินการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มูลค่า 1,150 ล้านบาท
กระทรวงมหาดไทย
- โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย มูลค่า 9,061 ล้านบาท
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ
- โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) ระยะที่ 1 มูลค่าโครงการ 4,214.74 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ: 5 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 - 2573)
กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง
- โครงการเช่าระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV System) และเทคโนโลยีเพื่อการควบคุมทางศุลกากร มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท
- โครงการจัดหาระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์ ทั้งแบบทดแทนและเพิ่มเติม มูลค่าโครงการ 2,931.80 ล้านบาท
ทำไมต้องตรวจสอบ?
แหล่งข่าว เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า การตรวจสอบครั้งนี้เน้นไปที่โครงการขนาดใหญ่เนื่องจากเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตและการทิ้งงาน โดยมีเหตุผลสำคัญคือ
- พบข้อมูลความผิดปกติในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง บางโครงการที่มีมูลค่าสูง แต่กลับเสนอราคาห่างกันเพียงไม่กี่สิบบาท ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่โปร่งใส
- เพื่อยับยั้งปัญหาการทิ้งงาน ที่สร้างความเสียหายมหาศาล โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการเขียนเงื่อนไขการประมูล (TOR) และการขออนุมัติงบประมาณ เพื่อป้องกันก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นจริง
- เป็นการส่งสัญญาณถึงเจ้าหน้าที่รัฐว่าหากมีการละเลยหรือเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และจะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยในเวทีเสวนาหัวข้อ "ลดช่องว่าง ลดทุจริต : เห็นก่อนโกง รู้ก่อนทุจริต"(Corruption Risk Assessment) ที่อาคารเนชั่น กรุ๊ป เมื่อวันที่ 17มิ.ย. ถึงแนวทางการยกระดับความโปร่งใสของประเทศ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการตรวจป้องปรามโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป
เหตุผลที่เราเลือกโครงการมูลค่า 500 ล้านบาทขึ้นไป เพราะดูที่ปริมาตรกับปริมาณที่ผ่านมา โครงการที่เริ่มส่งสัญญาณในสิ่งที่ไม่ดี มักจะอยู่ระดับเกือบ ๆ 500 ล้าน หรือเกินกว่าเล็กน้อย เราจึงตัดสินใจเริ่มปักหมุดความเข้มข้นที่ระดับนี้" นายภูมิวิศาล ระบุพร้อมย้ำว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการแชร์ข้อมูลร่วมกันระหว่าง 3 หน่วยงานตรวจสอบหลักคือ ป.ป.ท. ป.ป.ช. และสตง.











