

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์ เรทดิ้งส์ (Fitch Ratings) ฮ่องกง ออกรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มการคลังของไทยหลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่า การตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ในไทยจะมีผลโดยตรงต่อการปรับอันดับเครดิตของประเทศ รัฐบาลชุดใหม่จะต้องมุ่งมั่นในการปรับฐานะการคลังและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะกลางให้มั่นคง
หลังจากการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2566 สถานการณ์การเมืองยังไม่แน่นอน และฟิทช์ได้ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตไทยเป็น "เชิงลบ" เมื่อเดือนกันยายน 2568 เนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อฐานะการคลัง
การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพอาจช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีอยู่ในประเทศไทย และส่งผลดีต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการดำเนินนโยบายในระยะยาวยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการเผชิญกับปัญหาทางด้านการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ยังคงล่าช้า
รัฐบาลชุดใหม่อาจยังคงใช้นโยบายสนับสนุนภาคครัวเรือนและ SMEs เช่นเดียวกับรัฐบาลรักษาการที่ผ่านมา แต่ฟิทช์เตือนว่าการขยายมาตรการเหล่านี้อาจทำให้การปรับฐานะการคลังให้เข้มแข็งขึ้นล่าช้า หากไม่มีมาตรการชดเชยด้านรายได้ที่เพียงพอ ซึ่งอาจกระทบต่อการลดหนี้สาธารณะในระยะยาว
ฟิทช์ระบุว่าไทยเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 60% ของ GDP ในปี 2568 สูงกว่าระดับในปี 2562 ถึง 25 จุด ขณะเดียวกัน การเจรจาต่อรองจัดตั้งรัฐบาลผสมอาจทำให้แผนการปรับฐานะการคลังของรัฐบาลผสมชุดใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ