thansettakij
thansettakij
“นกแอร์” ลุ้นเจ้าหนี้โหวตแผนฟื้นฟู ส.ค.นี้  เพิ่มไฟล์ทบินรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

“นกแอร์” ลุ้นเจ้าหนี้โหวตแผนฟื้นฟู ส.ค.นี้ เพิ่มไฟล์ทบินรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

04 มิ.ย. 64 | 05:03 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มิ.ย. 64 | 05:15 น.

“นกแอร์” ยันแผนฟื้นฟูกิจการผ่านฉลุย หลังเจรจาหาข้อยุติเจ้าหนี้ ลุ้นผลโหวต ส.ค.นี้ เผยโควิด-19 ฉุดผู้โดยสารลดฮวบแตะ 90% เตรียมเดินหน้าเพิ่มไฟล์ทบิน ผุดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน)  ค่อนข้างมั่นใจว่าแผนฟื้นฟู ที่อยู่ระหว่างรอเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กำหนดวันประชุมเจ้าหนี้ เพื่อโหวตแผนฟื้นฟูกิจการ น่าจะผ่านไปได้ด้วยดีขณะเดียวกันยังเตรียมความพร้อม เพิ่มเทียวบินรองรับ การเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นำร่องเกาะภูเก็ตหรือ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตามนโยบายรัฐบาล

 

 

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ ของสายการบินนกแอร์ว่า  ขณะนี้รอเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดวันประชุมเจ้าหนี้ เพื่อโหวตแผนฟื้นฟูกิจการคาดว่าจะนัดเจ้าหนี้ประชุมโหวตแผนในเดือนสิงหาคม 2564 ปัจจุบันยังไม่มีเจ้าหนี้รายใดเสนอขอยื่นแก้ไขแผนฟื้นฟู แต่คงต้องรอดูอีกครั้งในวันที่นัดประชุมเจ้าหนี้

 

“เรามั่นใจว่าแผนฟื้นฟูนกแอร์ จะผ่านการพิจารณาของเจ้าหนี้ เพราะขณะนี้ได้เจรจาหาข้อยุติกับเจ้าหนี้ค่าเช่าเครื่องบินรายใหญ่ๆ ได้แล้วและได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (Letter of Intent หรือLOI)ร่วมกันไว้แล้วว่าเจ้าหนี้จะยินดีให้นกแอร์ไปต่อ  ขณะที่เจ้าหนี้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดคือกลุ่มจุฬางกูรซึ่งมีมูลหนี้ 2,700 ล้านบาท ก็พร้อมสนับสนุน100% รวมทั้งยังได้เจรจาขอวงเงินกู้ฉุกเฉินไว้ใช้แล้ว ในช่วงที่นกแอร์ต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟู”

 

 

นายวุฒิภูมิ  กล่าวต่อว่า   ส่วนกระแสเงินสดของนกแอร์ ยังไม่มีปัญหา เพราะสามารถเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอผ่อนผันการชะลอจ่ายหนี้เครื่องบินได้บางส่วน รวมทั้งมีการควบคุมค่าใช้จ่ายจากเที่ยวบินที่ปรับลดลง ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าเจ้าหนี้ค่าเช่าเครื่องบินบางส่วนไม่สามารถเจรจาต่อรองเรื่องยอดหนี้ได้ ทำให้นกแอร์จำเป็นต้องทยอยส่งคืนเครื่องบินบางส่วนให้เจ้าหนี้ โดยจะทยอยคืนครบทั้งหมดภายในปีนี้ แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการทำการบิน เนื่องจากปัจจุบันความต้องการเดินทางของผู้โดยสารมีจำนวนน้อยกว่า จำนวนเครื่องบินที่มีอยู่ในฝูงบินรวม 22 ลำ

 

สำหรับการเลิกจ้างพนักงานนั้นมีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นนักบิน ล่าสุดเลิกจ้างไปแล้วจำนวน 21 คน เพราะจำเป็นต้องลดจำนวนเครื่องบินของฝูงบิน Q 400 ตามแผน   ส่วนลูกเรือนั้นไม่ได้มีการเลิกจ้างแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมานกแอร์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายฯ 2 ครั้ง เพื่อขออนุมัติจ่ายเงินเลิกจ้างให้แก่พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง แต่ศาลล้มละลายฯ ไม่อนุมัติ จึงยังทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายได้ โดยศาลฯระบุว่าจะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้ ภายหลังศาลล้มละลายฯมีมติอนุมัติแผนฟื้นฟู

 

 

 ทั้งนี้ในวันที่ศาลล้มละลายกลางรับฟื้นฟูกิจการ  นกแอร์มีเจ้าหนี้ 300-400 ราย มีมูลค่าหนี้ 2.6 หมื่นล้านบาท โดยที่ผ่านมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดให้นกแอร์ส่งแผนฟื้นฟูกิจการในวันที่ 15 มีนาคม 2564 แต่นกแอร์ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาส่งแผน2 ครั้ง ครั้งละ 1 เดือน ซึ่งศาลล้มละลายอนุญาตให้ขยายเวลาส่งแผนไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 แต่เนื่องจากวันที่ 15 พฤษภาคม 2564เป็นวันหยุดราชการ นกแอร์จึงได้ยื่นแผนฟื้นฟูเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง รอเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดวันประชุมเจ้าหนี้โหวตแผน คาดว่าจะอยู่ในเดือนสิงหาคม 2564

 

 

นายวุฒิภูมิ  กล่าวต่อว่า ส่วนแนวโน้มปริมาณผู้โดยสารปัจจุบัน หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้โดยสารเป็นอย่างมาก โดยในเดือนพฤษภาคม 2564 จำนวนผู้โดยสารนกแอร์ปรับลดลง มากถึง 90%  เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน  ทำให้สายการบินจำเป็นต้องปรับลดความถี่ในการทำการบิน ในเส้นทางบินทั้ง 23เส้นทาง ลงเหลือเฉลี่ยวันละ 2 เที่ยวบิน(ไป-กลับ) จากเดิมเฉลี่ยวันละ 4 เที่ยวบิน(ไป-กลับ) แต่ยังคงทำการบินทุกเส้นทางตามเดิม ทั้งนี้เพื่อให้รักษาฐานลูกค้าไว้ โดยนกแอร์ยังสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดที่20% ไว้ได้ตามเดิม

 

อย่างไรก็ตามในกรณีที่จังหวัดภูเก็ตจะเริ่มเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ(Phuket Sand Box)ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นั้น นกแอร์เตรียมแผนที่จะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไปยังจังหวัดภูเก็ต จำนวน 4-8 เที่ยวบิน (ไป-กลับ)ต่อวัน จากปัจจุบันทำการบิน 2 เที่ยวบิน(ไป-กลับ) ต่อวัน  โดยปัจจุบันมีฝูงบินที่พร้อมทำการบิน จำนวน 22 ลำเป็นเครื่องบินโบอิ้ง373-800 จำนวน 14 ลำ  และ Q400 จำนวน 8 ลำ

 

ปีที่41 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับ3685 วันที่6-9มิถุนายน2564

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง