
ส.อ.ท.เร่งแก้โจทย์ SMEs ขาดทุนหมุนเวียน ผุดแพลตฟอร์มเพิ่มทางเลือกแหล่งเงิน
ส.อ.ท.จ่อเปิดแพลตฟอร์มเงินทุน SMEs 28 ต.ค. 69 เชื่อมแหล่งทุน-หนุนธุรกิจโต พร้อมชูเครื่องมือเช็กสุขภาพธุรกิจ เพิ่มโอกาสเข้าถึงทุน
KEY
POINTS
- ส.อ.ท. พัฒนาแพลตฟอร์ม "FTI SME Funding Connect" เพื่อแก้ปัญหาผู้ประกอบการ SMEs ขาดสภาพคล่องและเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
- แพลตฟอร์มจะเชื่อมโยง SMEs กับสถาบันการเงิน 8 แห่ง พร้อมเครื่องมือ "SME Health Check" ให้ผู้ประกอบการประเมินความพร้อมของธุรกิจตนเองก่อนยื่นขอสินเชื่อ
- มีเป้าหมายในอนาคตที่จะขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาครัฐและแหล่งทุนอื่น ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกการสนับสนุนที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ
นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ไทยไม่ใช่เพียงการขาดแคลนเงินทุน แต่ยังรวมถึงการขาดความพร้อมและข้อมูลที่จำเป็นในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ผู้ประกอบการบางรายมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูลทางการเงิน หลักประกัน หรือเงื่อนไขการพิจารณาของสถาบันการเงิน ขณะที่บางรายยังไม่ทราบว่าธุรกิจของตนเหมาะสมกับแหล่งเงินทุนหรือมาตรการสนับสนุนประเภทใด
เชื่อม 8 สถาบันการเงิน
ส.อ.ท. จึงมุ่งพัฒนา FTI SME Funding Connect Platform ผ่านการดำเนินงานของสถาบัน SMI ร่วมกับเครือข่ายสถาบันการเงิน 8 แห่ง เพื่อเป็นช่องทางกลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs เข้ากับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับเครื่องมือ SME Health Check ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินความพร้อมของกิจการเบื้องต้น ทั้งด้านสถานะทางธุรกิจ ข้อมูลทางการเงิน และความต้องการเงินทุน เพื่อให้ SMEs เข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของตนเอง ก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน
“ส.อ.ท.ไม่ได้ต้องการเพียงสร้างช่องทางให้ SMEs ยื่นขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น แต่ต้องการให้ผู้ประกอบการรู้จักสถานะธุรกิจของตนเอง รู้ว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใด และควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน SME Health Check จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล ความพร้อมของผู้ประกอบการ และโอกาสทางการเงินเข้าด้วยกัน”
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาทางเลือกด้านเงินทุนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน ขยายกำลังการผลิต ปรับปรุงเครื่องจักร ลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือพัฒนาศักยภาพเพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
ต่อยอดเชื่อมหน่วยงานรัฐ-หน่วยสนับสุนเงินทุน
ในระยะต่อไป ส.อ.ท. มีแนวทางขยายบทบาทของ FTI SME Funding Connect จากการเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน ไปสู่การเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานสนับสนุนเงินทุนในรูปแบบอื่นๆ เช่น เงินสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ การยกระดับผลิตภาพ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการขยายตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย
นายวีรชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การเข้าถึงเงินทุนต้องเชื่อมโยงกับโอกาสในการพัฒนาธุรกิจและการขยายตลาด เพราะเมื่อ SMEs มีเงินทุนที่เหมาะสม ก็จะสามารถนำไปลงทุนเพิ่มผลิตภาพ พัฒนาสินค้า ยกระดับมาตรฐาน และขยายโอกาสทางการค้าได้ ส.อ.ท. จึงมองว่า FTI SME Funding Connect ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มทางการเงิน แต่เป็นกลไกเชื่อมโยงความพร้อมของผู้ประกอบการกับโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
ส.อ.ท. เห็นว่า ความร่วมมือกับองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแนวทางการเตรียมความพร้อม SMEs ให้เข้าถึงบริการทางการเงิน การเชื่อมโยงข้อมูลและเครื่องมือสนับสนุนธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถเข้าร่วมการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดแพลตฟอร์มเงินทุน SMEs 28 ต.ค.
สำหรับ FTI SME Funding Connect อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบและเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนประกาศเปิดตัวเบื้องต้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของ ส.อ.ท. ในการลดข้อจำกัดด้านเงินทุน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs ภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัว แข่งขัน และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
Dr. Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่ WTO แสดงความสนใจต่อแนวทางการดำเนินงาน FTI SME Funding Connect และความพร้อมที่จะหารือรูปแบบความร่วมมือที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุน SMEs ไทยในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ WTO ที่ให้ความสำคัญกับการลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยในการเข้าร่วมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าถึงเงินทุนเพื่อการค้า (Trade Finance) และการสนับสนุนให้ SMEs มีโอกาสเข้าถึงตลาดโลกมากขึ้น







