
23 ธ.ค. นัดสอบ 7 สมาคม ตามใบสั่ง “มนัญญา”
กรมวิชาเกษตร เดินเครื่อง รับนโยบาย “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” นัดสอบข้อเท็จจริง 23 ธ.ค. จัดตั้ง 7 สมาคม ใช้พื้นที่ดินของกรมถูกต้องหรือไม่
จากกรณีที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับกรมวิชาการเกษตร ได้มีการสั่งให้กรมวิชาการเกษตรไปตรวจสอบ 7 สมาคมที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตร ว่าดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงฯ อย่างไร ไม่ใช่ว่าพอมีการประชุม ผลออกมาก็ย้อนแย้งกับนโยบายที่ออกไป แต่ถ้าผลการตรวจสอบพบว่าตั้งมาแล้วไม่เป็นประโยชน์ ผิดหลักเกณฑ์หลักการของสมาคมฯ ก็ต้องมาว่ากันอีกครั้ง
แหล่งข่าวกรมวิชาการเกษตร เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทางกรมวิชาการเกษตร ได้มีการแต่งตั้งให้นายสมบัติ ตงเต๊า ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่2 เป็นประธานกรรมการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดตั้งสมาคมต่างๆ หลายสมาคมในที่ดินบริเวณเกษตรกลางบางเขน กรุงเทพมหานคร เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ มี 5 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยพืชสวน สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน และ กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เพื่อให้ผู้อำนวย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าใช้พื้นที่ หรือการใช้ทรัพย์สินของทางราชการของสมาคม มาเพื่อประกอบการสรุปรายงานข้อเท็จจริง นั้น
ต่อกรณีดังกล่าว นายอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย และ อดีตอธิบดีกรมวิชาการการเกษตร เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” สมาคมเป็นสมาคมวิชาการที่รวบรวมเอานักวิชาการที่อยู่ในกรมวิชาการเกษตรที่เกษียณอายุแล้ว แล้วยังมีอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยไม่แสวงหากำไร แล้วก็ทำคู่ขนานไปส่วนราชการ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมให้ราชการ และเสริมงานของมหาวิทยาลัยด้วย เรียกว่าเป็นศูนย์รวมของความร่วมมือ ระหว่างส่วนราชการส่วนราชการและมหาวิทยาลัย และบางส่วนจะมีภาคเอกชนมาร่วมด้วย เป็นองค์กรที่สามารถแสวงหารายได้ได้ เป็นสมาคมที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ และบางส่วนก็ใช้พื้นที่ราชการ และ บางส่วนก็ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัย เป็นที่ทำการออฟฟิศ ส่วนใหญ่ในสมาคม เป็นผู้ที่เสียสละที่มาทำเรื่องนี้ที่มาทำงานวิจัย บางครั้งก็มีการจัดอบรมสัมมนา ก็มีรายได้จากการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมสัมมนา
“ส่วนมากแต่ละสมาคมก็ตั้งมานานแล้ว ที่ทำให้เกิดความร่วมมือและการเข้มแข็งทางวิชาการ และจะไม่ยุ่งกับการเมือง นี่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน อย่างไรก็ดี ถ้าจะให้ออกจากพื้นที่กรมวิชาการเกษตร ไม่มีปัญหา ให้ออกก็ออก”
ขณะ ดร.มานิตา คงชื่นสิน นายกสมาคมกีฎและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมไม่มีปัญหา ทำหมดถูกต้องทุกอย่าง มีหนังสือคำขอตั้ง ชอใช้พื้นที่ แต่ว่า พวกเครื่องใช้สำนักงาน การใช้น้ำใช้ไฟ แยกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะสมาคมตั้งมานานแล้ว เริ่มแรก วันที่ 19 เมษายน 2525 จัดตั้งเป็นชมรมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย โดย ดร.ทนงจิตร วงษ์ศิริ ประธาน นางมลิวัลย์ ปันยารชุน เหรัญญิก นายชนวน รัตนวราหะ เลขานุการ (ปี 2525) ดร.สาทร สิริสิงห์ เลขานุการ (ปี 2526)
สมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย วันที่ 20 กรกฎาคม 2527 ได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคม สมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย อักษรย่อว่า ก.ส.ท. ภาษาอังกฤษ Entomology and Zoology Association of Thailand อักษรย่อ EZAT (อี-แซท) สำนักงานสมาคมฯ ตั้งอยู่ ณ อาคารปฏิบัติงานกลุ่มงานวิจัยการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช กลุ่มกีฏและสัตววิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โดยมีผู้อำนวยการกลุ่มงานวิจัยการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช กลุ่มกีฏและสัตววิทยา เป็นเลขานุการของสมาคม หากต้องออกจากพื้นที่สมาคมคงปิดตัวเลย
ปิดท้าย ด้านดร.ชัยฤกษ์ สงวนทรัพยากร นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กล่าวว่า พื้นที่ตั้งของสมาคม เช่ามหาวิทยาลัย ไม่ได้เกี่ยวกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งการที่ท่านรัฐมนตรีช่วยฯ มาสอดส่องดูแลในเรื่องนี้ มองว่าท่านอาจจะว่างงาน











