
เกษตร-อาหารดาวรุ่ง เอกชนมั่นใจส่งออกรับอานิสงส์ “อาร์เซ็ป”
เอกชนมั่นใจส่งออกรับอานิสงส์ “อาร์เซ็ป” เกษตร-อาหารดาวรุ่งโตสวนวิกฤตโควิด
นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมทูน่าไทยมีมูลค่าส่งออกปีละกว่า 8 หมื่นล้านบาท ส่งออกไปตลาดสำคัญคือญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลางเฉลี่ยโตปีละ 3-5% และในภาพรวมของสินค้าประมงที่ผ่านมาแม้จะส่งออกได้ปริมาณมาก เพราะใช้สิทธิส่งออกภายใต้ข้อตกลงเขตเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) แต่ในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าภายใต้เอฟทีเอต่างๆ มีข้อจำกัดมาก เช่น เจเทปา ที่ให้ใช้แหล่งกำเนิดได้จาก 2 ประเทศคือ ไทย และญี่ปุ่น แต่อาร์เซ็ป(RCEP) ให้ใช้แหล่งกำเนิดสะสมจากทั้ง 15 ประเทศสมาชิกได้ เช่น หากไทยจะผลิตสินค้าให้ได้ตามแหล่งกำเนิดสินค้าของอาร์เซ็ป ก็สามารถใช้วัตถุดิบจากทั้ง 15 ประเทศมาผลิต แล้วส่งออกไปยังประเทศสมาชิกได้ ถือเป็นกฎแหล่งกำเนิดสินค้าผ่อนคลายมากขึ้น และไม่มีข้อจำกัด ทำให้ไทยสามารถหาแหล่งวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น และส่งออกได้มากขึ้น โดยคาดว่าอุตสาหกรรมทูน่าไทยจะขยายตัวถึง 10%
ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในภาพรวมก็โตขึ้นปีละ 10% และในนี้แม้จะมีการระบาดของโควิด-19 แต่ในตลาดจีนกลับมีการขยายตัวถึง 40% ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 และหากมีข้อตกลงอาร์เซ็ป(RCEP)มาช่วยก็คาดว่าอุตสาหกรรมส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงจะขยายตัวถึง 20%
ดังนั้นสินค้าเกษตรและอาหารจึงถือว่าเป็นสินค้าดาวรุ่งของไทยที่จะทำตลาดได้ในต่างประเทศ โดยที่การระบาดของโควิด-19 ไม่ส่งผลทางลบให้กับสินค้าชนิดดังกล่าวเลย เพราะทุกประเทศต่างวิตกเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้ไทยส่งออกสินค้าประเภทดังกล่าวได้มากขึ้น ทำให้ เกษตรกร ชาวประมง มีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมไปในตัว
“ขณะนี้เราส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเป็นอันดับที่ 11 ของโลกอีกไม่นานหากมีข้อตกลงอาร์เซ็ปมาช่วยเชื่อได้เลยว่าจะทำให้ไทยขยับขึ้นเป็น 1 ใน 10 ผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกได้ภายใน 2 ปีได้อย่างแน่นอน แต่ขณะนี้ติดอยู่แค่ค่าเงินบาทที่แข็งตัวกว่าประเทศคู่แข่ง เพราะมูลค่าเราห่างจากอันดับที่ 10 ประเทศเบลเยี่ยมน้อยมากหากคาเงินเราอ่อนลงกว่านี้ก็จะทำให้เราแข่งขันได้อย่างแน่นอน” นายชนินทร์ กล่าว
รศ.ปิติ ศรีแสงนาม ผอ.ศูนย์อาเซียนศึกษา และศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า อาร์เซ็ป (RCEP)จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศสมาชิก แต่ละประเทศจะเข้าถึงสิทธิประโยชน์ และ มาตรฐานการค้า ซึ่งจะเป็นแต้มต่อของผู้ประกอบการไทย ให้เข้าสู่ห่วงโซ่ของการค้าระดับภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งการเปิดเสรีการค้าย่อมส่งผลกระทบ ทั้ง ผู้ผลิต และ ผู้บริโภค และ ประเด็นเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการทุกราย ที่ต้องผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ มาตรฐาน











