16 พฤษภาคม 2021

ดร.อัทธ์ วิเคราะห์ เลือกตั้งสหรัฐ “ทรัมป์-ไบเดน”ใครผู้นำคนใหม่ กระทบไทยทั้งคู่

03 Nov 2020 12:27 น.
อ่าน 2,836 ครั้ง

ดร.อัทธ์ วิเคราะห์ เลือกตั้งสหรัฐ “ทรัมป์-ไบเดน”ใครผู้นำคนใหม่ กระทบไทยทั้งคู่

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย วิเคราะห์ศึกเลือกตั้งสหรัฐ ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี คนที่ 46 "โดนัลด์ ทรัมป์-โจ ไบเดน" ใครได้เป็นกระทบไทยทั้งคู่


ศึกเลือกตั้งสหรัฐชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 46 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ทุกสำนักโพลส่วนใหญ่ให้ โจ ไบเดนเป็นต่อ โดนัล ทรัมป์ แต่ก็ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ เพราะการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาฮิลลารี คลินตัน ก็เป็นต่อทรัมป์ แต่สุดท้ายทรัมป์ก็สร้างเซอร์ไพรส์ได้รับคะแนนเหนือฮิลลารี และผงาดเป็นผู้นำแดนพญาอินทรีย์มาจนถึงปัจจุบัน

ดร.อัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยกับ ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากผลโพลการเลือกตั้งสหรัฐในระดับประเทศ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ไบเดนนำทรัมป์อยู่ 8.6% (ไบเดน 51.6% ในขณะที่ทรัมป์ 43%)  ในขณะในรัฐฯ ตัวแปร (swing states) เช่น รัฐฟลอริดา ไบเดนนำอยู่ 1.8% รัฐเพนซิลเวเนีย ไบเดนนำอยู่ 5.6% ซึ่งตอนนี้ชัดเจนว่าทรัมป์แพ้ Popular Vote แต่ปัจจัยที่จะทำให้ทรัมป์กลับมาชนะคือ “คะแนนจาก electoral vote” โดยเฉพาะในรัฐฯตัวแปรโอกาสของทรัมป์ก็ยังมี

 

ดร.อัทธ์  พิศาลวานิช

 

อย่างไรก็ดีหากทรัมป์ชนะเป็นประธานาธิบดีต่ออีก 1 สมัย สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ

1.สงครามเทคโนโลยีจะมาแทนที่สงครามการค้า ซึ่งจะมีผลกระทบมากกว่าสงครามเพราะไปเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ

 

2.เศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวจากมีการกีดกันการค้า โดยเฉพาะกับประเทศจีน ที่ปัจจุบันไทยพึ่งพาตลาดจีนมากเป็นอันดับหนึ่งจะได้รับผลกระทบไปด้วย

 

ทั้งนี้หากทรัมป์ได้เป็นผู้นำสหรัฐฯต่ออีกสมัย การทำสงครามการค้ากับจีนก็จะยังคงอยู่ และจะเข้มข้นมากขึ้นเพราะมั่นใจเพิ่มว่าได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง ไทยจะส่งไปขายจีนได้ลดลง จากจีนส่งออกไปสหรัฐฯได้ลดลง และการย้ายฐานของทุนจีนจะเข้ามาในประเทศอาเซียนมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้าโดยตรง

 

ขณะที่หากทรัมป์ได้กลับมาเป็นผู้นำสหรัฐฯรอบสอง  ประเด็นเรื่องแรงงานยังอยู่ และประเด็นการไม่เปิดตลาดเนื้อหมูให้สหรัฐฯยังอยู่ โอกาสที่ไทยจะถูกระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(GSP) เพิ่มก็ยังมีอยู่ แต่ทรัมป์เน้นการค้าแบบการทำ FTA (ทวิภาคี)น่าจะเป็นโอกาสของไทยที่จะทำ FTA กับสหรัฐฯ



ดร.อัทธ์ วิเคราะห์ เลือกตั้งสหรัฐ “ทรัมป์-ไบเดน”ใครผู้นำคนใหม่ กระทบไทยทั้งคู่

 

ถ้าไบเดนชนะ ผลต่อประเทศไทย?

ส่วนหากโจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งและได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่(คนที่ 46) โอกาสที่ไทยจะถูกตัด GSP ก็ยังมีอยู่เช่นกัน เพราะประเทศไทยมีการพัฒนาเศรษฐกิจดีขึ้นกว่าในอดีต และที่สำคัญประเด็นของการตัด GSP ไทยจะเป็นเรื่องของ climate change และสิ่งแวดล้อม แต่อีกมุมหนึ่งจะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมพลังงานนทดแทน โดยเฉพาะพืชพลังงานทดแทนนั้นคือ โอกาสที่พืชพลังงานของไทยปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นประเทศไทยต้องหันมาให้ความสำคัญกับภาคการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนให้มากขึ้น เพราะจะกลายเป็นประเด็นนำไปสู่การกีดกัดทางการค้าที่มิใช่ภาษี

 

ขณะที่นโยบายการค้าของไบเดนนั้น เน้นการเจรจาแบบพุภาคี และแบบทางการทูต “Diplomatic Approach” เช่น ให้ความสำคัญกับ WTO, TPP WHO และข้อตกลง Paris Climate Agreement และที่สำคัญเน้นเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เช่นภาวะโลกร้อน การผลิตแบบ BCG (Bio Circular Green) รักษาสิ่งแวดล้อม และเน้นการใช้พลังงานทางเลือก (Renewable Energy) และลดการใช้พลังงานปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แต่จะหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนใน “พลังงานสะอาด (Clean Energy” ได้แก่ พลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นการกีดกันทางการค้า

 

นอกจากนี้ไบเดนให้ความสำคัญกับ TPP(หรือในชื่อปัจจุบันคือ CPTPP)  และการประชุม APEC ประเทศไทยต้องมีความชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด และข้อมูลผลกระทบบวก ลบ อย่างลึกซึงในการเข้าร่วม TPP หรือไม่ โดยเฉพาะภาคเกษตรและศักยภาพการแข่งขันของ SMEs ที่ไทยต้องมีข้อมูลผลกระทบที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจเข้าร่วม TPP


ทรัมป์-ไบเดน เป็นประธานาธิบดีผลบวก-ลบต่อการค้า-ลงทุน ไทย

ทรัมป์

ไบเดน

บวก : ไม่ให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ทำให้ภาคการผลิตไทย ไม่ต้องติดฉลาก “Carbon Footprint” หรือ ตอบโต้จาก “Carbon Tariff” หรือไทยไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเทศภาวะโลกร้อนมากนัก เพราะทรัมป์ไม่ให้ความสำคัญกับ “Paris Climate Agreement”

บวก : เป็นการค้าแบบเจรจา จะไม่รุนแรงเท่าทรัมป์ แต่จะไม่สำเร็จเพราะมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ข้อสรุปทางการค้าเกิดขึ้นยาก แต่ก็จะไม่มีกรณีพิพาททางการค้าเท่าทรัมป์

ลบ : America First จะเป็นนโยบายที่กระทบการส่งออกของไทย เพราะจะมีการปกป้องสินค้าของสหรัฐฯ นอกจากนี้การทำสงครามการค้าและเทคโนโลยี่จะเข้มข้นขึ้น การค้าโลกจะงัดมาตรการการกีดกันทางการค้าของแต่ละประเทศมาตอบโต้ซึ่งกันและกัน

ลบ : การปกป้องและรักษาผลประโยชน์สหรัฐฯ ยังคงมีอยู่ การขาดดุลการค้าสหรัฐกับคู่ค้า ยังเป็นประเด็นที่ไบเดนให้ความสำคัญ ผลกระทบจากนโยบายการปกป้องทางการค้าจากสหรัฐฯ ยังคงมีอยู่แต่อาจจะไม่รวดเร็วเท่ากับทรัมป์ ประเด็นที่ไบเดนเน้นคือการปล่อย CO2 และสิ่งแวล้อมของภาคการผลิต

ที่มา : ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

 

 

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend