thansettakij
thansettakij
‘กึ้ง-เฉลิมชัย’ ทุ่ม 100 ล้าน ขยายพอร์ตธุรกิจ เปิดสถาบันสอนศิลปะการแสดง

‘กึ้ง-เฉลิมชัย’ ทุ่ม 100 ล้าน ขยายพอร์ตธุรกิจ เปิดสถาบันสอนศิลปะการแสดง

03 ส.ค. 69 | 09:05 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 69 | 09:07 น.

“กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ” ทุ่ม 100 ล้านปั้น ‘SCA PLUS’ สถาบันสอนศิลปะการแสดง สร้าง New S-Curve ยกระดับ Soft Power ไทย

KEY

POINTS

  • กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ และ 411 Entertainment Group ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ร่วมลงทุนและปรับโฉมสถาบัน SCA เป็น “SCA PLUS” ที่ย่านทองหล่อ
  • เป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอของบริษัทเข้าสู่ธุรกิจการศึกษา เพื่อสร้าง New S-Curve ใหม่ให้กับองค์กร และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทย
  • มีเป้าหมายนำองค์ความรู้และโมเดลการฝึกศิลปินระดับสากล (เช่น จากเกาหลีใต้) มาปรับใช้ในไทย เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้มาตรฐานโลก

การประกาศก้าวสำคัญของ 411 Entertainment Group ในการลงนามร่วมลงทุนและปรับโฉมสถาบันสอนศิลปะการแสดง SCA ไปสู่ “SCA PLUS” บนทำเลใจกลางเมือง ณ ย่านทองหล่อ ซอย 20 ถือเป็นปรากฏการณ์เชิงกลยุทธ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในวงการธุรกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ใช้เงินลงทุนสูงถึง 100 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายหลักในการนำองค์ความรู้ ประสบการณ์การทำงาน และเครือข่ายระดับนานาชาติที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มาต่อยอดเป็นระบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงเยาวชนไทยเข้ากับอุตสาหกรรมความบันเทิงในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่มาของวิสัยทัศน์และการต่อยอดทางธุรกิจ

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ Group Chief Executive Officer ของ 411 Entertainment Group กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังการเข้าสู่ธุรกิจการศึกษาว่า เกิดจากการสะสมประสบการณ์ในการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับอินเตอร์มานานกว่า 18 ปี ประกอบกับการส่งศิลปินเบอร์แรกในสังกัด คือ แอลลี่-อชิรญา นิติพน ไปเข้าโปรแกรมฝึกซ้อม ณ ประเทศเกาหลีใต้เป็นเวลานานกว่า 3 ปี

ทำให้เห็นกระบวนการและองค์ความรู้ที่ชัดเจนของต่างประเทศว่า การสร้างศิลปินให้ก้าวไปสู่ระดับโลกนั้นต้องมีโครงสร้างการฝึกฝนอย่างไร จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจในการนำโมเดลและหลักสูตรมาตรฐานสากลดังกล่าวมาเปิดให้บริการในประเทศไทย

จังหวะเวลาดังกล่าวประจวบเหมาะกับการที่ SCA เปิดโอกาสให้เข้ามาลงทุนเป็น SCA PLUS จึงเกิดการนำองค์ความรู้ทั้งหมดมาปรับใช้ เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงการฝึกหัดระดับสากลได้ง่ายขึ้นในประเทศ ช่วยแก้ปัญหา (Pain Point) ของผู้ปกครองที่ไม่อยากส่งลูกหลานไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ

การขยายพอร์ตโฟลิโอเข้าสู่ธุรกิจการศึกษาครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้าง New S-Curve ใหม่ให้กับองค์กรแล้วยังเป็นการวางรากฐานและยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย (Soft Power) ตั้งแต่ต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า สถาบันไม่ได้รับประกันว่าผู้เรียนทุกคนจะกลายเป็นศิลปินหรือซูเปอร์สตาร์ เนื่องจากอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถรับประกันได้

แนวทางการบริหาร-โครงสร้างการเรียนรู้

ด้านนโยบายการบริหาร SCA PLUS ชูนโยบายการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Space) และเน้นการคัดสรรบุคลากรครูที่มีความเมตตาและเข้าใจธรรมชาติของเด็ก มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะความสามารถด้านศิลปะสร้างสรรค์ (Creative Arts) ควบคู่ไปกับสุขภาพจิตใจ นอกจากนี้ยังมีการสร้างเวทีแสดงขึ้นมาใหม่เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากบรรยากาศการแสดงจริงเพื่อสร้างความมั่นใจ

ในส่วนของการบริหารหลักสูตรและการสอน ได้แต่งตั้ง นายธนพล มหธร (แต๊บ) ศิลปินและโปรดิวเซอร์รายการทีวีที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี เข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ และ ผู้อำนวยการสถาบัน SCA PLUS โดยจะนำระบบการฝึกหัดระดับสากลมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทและวัฒนธรรมของเด็กไทย เพื่อลดความกดดันแต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูงสุด

  • SCA PLUS ดำเนินงานภายใต้ SCA PLUS Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ 411 Entertainment Group โดยมุ่งพัฒนาระบบการเรียนรู้ด้านดนตรี ศิลปะการแสดง และศิลปะสร้างสรรค์ ผ่าน 3 กลุ่มการศึกษาหลัก ได้แก่
  • SCA PLUS School of Music and Performing Arts: มุ่งพัฒนาทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกของผู้เรียนทุกช่วงวัย
  • SCA PLUS Institute of Music and Creative Arts: ศูนย์การเรียนดนตรีและศิลปะสร้างสรรค์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ที่ผสานการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้ากับการเรียนรู้เฉพาะทาง เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาทั้งด้านวิชาการและความสามารถพิเศษควบคู่กัน
  • SCA PLUS University Partnership: ความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างเส้นทางการศึกษาที่ต่อเนื่องไปจนถึงระดับปริญญาตรี

แนวคิด P-L-U-S Framework และการพัฒนาพื้นที่

การขับเคลื่อนการเรียนรู้ของสถาบันใช้แนวคิด P-L-U-S Framework ในการออกแบบหลักสูตรและประสบการณ์ ครอบคลุมการค้นพบความสนใจ การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง การเชื่อมโยงองค์ความรู้จากอุตสาหกรรม และการสร้างโอกาสนอกห้องเรียน

นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดหลักสูตรใหม่ในอนาคต เช่น การตัดต่อวิดีโอ การทำ Content Creators การไลฟ์สด รวมถึงโครงการ ASCEND Program ซึ่งเป็นระบบประเมินและพัฒนาศักยภาพผู้เรียน พร้อมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงกับการทำงานจริง

สำหรับการออกแบบพื้นที่เรียนรู้ ณ ทองหล่อ ซอย 20 ได้ปรับปรุงเพื่อสะท้อนเส้นทางของผู้เรียน (Learner's Journey) แบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่

  • Level 1: The Beginning (บรรยากาศต้อนรับและสร้างแรงบันดาลใจ)
  • Level 2: Discover Yourself (พื้นที่ค้นหาตัวตนและแลกเปลี่ยนความคิด)
  • Level 3: Create (พื้นที่ลงมือปฏิบัติจริงผ่านสตูดิโอมาตรฐานมืออาชีพ)
  • Level 4: Elevate (โซนพัฒนาขั้นสูงเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อุตสาหกรรมอาชีพ)

การรีโนเวทและการ Rebranding ในครั้งนี้จึงเป็นการปรับโครงสร้างเพื่อยกระดับแนวคิดการศึกษา ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ผ่านสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการทดลองและการเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง