
ใครผิด-ถูก เดิมพันถึงขั้นถูกตัดสิทธิ์ ยึดโควตา “นมโรงเรียน”
“นัยฤทธิ์” กุมขมับ ปัญหา “สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย กับ วษ.เพชรบุรี” ส่อยืดเยื้อ ลาก “หนองโพ” มาเอี่ยวส่งนมโรงเรียนแทน เผยใครผิดสัญญา อาจถึงขั้นยึดโควตา -ตัดสิทธิ์ โยน "อนุฯบริหารนมฯ" ตัดสินชี้ใครผิด ใครถูก
ตามที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี (วษ.เพชรบุรี) เป็นผู้ประกอบการที่ทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การซื้อขายน้ำนมโคปี 2562/63 กับ สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด วันละ 4 ตัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนมโรงเรียนตลอดทั้งปี
นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทางสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด ได้ทำหนังสือถึงชุมนุมสหกรณ์ฯ เพื่อให้ช่วยเหลือเนื่องจาก วษ.เพชรบุรี ไม่รับซื้อน้ำนมดิบไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การซื้อขายน้ำนมโคปี 2562/2563 ทำให้สหกรณ์ต้องส่งน้ำนมดิบให้กับ อ.ส.ค. เกินเอ็มโอยูของตัวเอง พร้อมทั้งจำเป็นที่จะต้องปฎิบัติภายใต้เงื่อนไขพิเศษจาก อ.ส.ค.เพื่อระบายน้ำนมดิบในสถานการณ์ปัจจุบัน
ในระหว่างนั้นสหกรณ์ก็มีการเร่งรัดทำหนังสือแจ้งไปที่ วษ.เพชรบุรี ให้รับผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน จำนวน 888 ตัน หรือคิดเป็นผลิตภัณฑ์นมยูเอชที (ตรากลางนมโรงเรียน) 4.4 ล้านกล่อง พร้อมทั้งให้รับน้ำนมดิบตามเอ็มโอยูด้วย เนื่องจากสหกรณ์ไม่มีแหล่งจำหน่ายน้ำนมดิบ แต่ยังไม่ได้รับแจ้งจาก วษ.เพชรบุรีว่าจะบริหารจัดการผลิตภัณฑ์นมและน้ำนมดิบแต่อย่างไร
นายนัยฤทธิ์ กล่าวว่า ทาง วษ.เพชรบุรี มีหนังสือชี้แจงมาว่า สาเหตุที่ไม่สามารถรับน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทรายได้ จำกัดในช่วงเวลานั้น เนื่องจากวิทยาลัยได้ถูกสั่งให้หยุดการผลิต จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี ทำให้วิทยาลัยไม่สามารถนำน้ำนมโคที่ได้จัดทำเอ็มโอยู การซื้อขายน้ำนมโคปี 2562/2563 มาผลิตได้ แต่วิทยาลัยได้ทำสัญญาซื้อขายกับสหกรณ์ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2563 ถึง วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 เพื่อโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563
“เมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 ทางสหกรณ์และวิทยาลับ ได้มีประชุม แล้วทางสหกรณ์ได้แจ้งให้วิทยาลัยรับนมกล่องยูเอชที ตรากลางนมโรงเรียน จำนวน 4.4 ล้านกล่อง คิดเป็นน้ำนมดิบ 888 ตัน โดยให้วิทยาลัยรับทั้งหมดในราคา ชำระเป็นเงิน 7.11 บาทต่อกล่อง เมื่อชำระเป็นเงินเชื่อ 30 วัน ราคา 7.21 บาทต่อกล่อง แต่เนื่องจากวิทยาลัยฯได้ยื่นสิทธิ์เข้าร่วมโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนปี 2563 และต้องรับผิดชอบน้ำนมดิบเอ็มโอยู การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2562/63 จำนวน 4 ตัน/วัน ของสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัดในส่วนของนมกล่องยูเอชที ตรานมโรงเรียน แต่อีกด้านหนึ่งได้ไปทำสัญญาไว้กับสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมป์) “
คณะผู้บริหารฯ มีมติเห็นว่าวิทยาลัย จะจัดทำแผนรับซื้อนมกล่องยูเอชที จากสหกรณ์ จำนวน 2 ล้านกล่อง ในราคากล่องละ 7 บาท จ่ายเป็นเงินสดในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน แต่ในกรณีที่วิทยาลัยไม่สามารถชำระได้ตามกำหนดให้ทางสหกรณ์คิดอัตราดอกเบี้ยตามที่กำหนดในราคากล่องละ 7.10 บาท โดยทางวิทยาลัยขอรับนมกล่องยูเอชที จากสหกรณ์โคนมหนองโพฯ มาส่งมอบนมโรงเรียนแทน ประจำปีการศึกษา 2563
นายนัยฤทธิ์ กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2563 วิทยาลัย ได้สมัครเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563 ในกลุ่มพื้นที่5 และได้รับสิทธิ์ จำนวน 25,403 ถุง-กล่อง/วัน ซึ่งวิทยาลัยได้จัดทำแผนการใช้นมกล่องยูเอชที ตลอดปีการศึกษา 2563 ไว้ที่ประมาณ 2.5 ล้านกล่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัส โควิด-19 ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้ยังมีส่วนต่างของนมกล่องยูเอชที ที่ประมาณ 2.4 ล้านกล่อง ที่วิทยาลัยยังไม่มีแผนในการรับกลับ และวิทยาลัยฯ ยังติดภาระเรื่องน้ำนมดิบในปริมาณ 4 ตัน/วัน ที่วิทยาลัยฯ ต้องบริหารจัดการตามสัญญาซื้อขายกับทางสหกรณ์ตลอดปีการศึกษาตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2563 ถึง 12 พ.ค.64 ดังนั้นทางวิทยาลัยจึงขอให้ทางชุมนุมฯ ในการให้ความช่วยเหลือในการวางแผนการใช้นมกล่องยูเอชทีในส่วนเกินนี้เพื่อไม่ให้มีภาระผูกพันที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำนมดิบในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปี การศึกษา 2563 ต่อไป
“กรณีแบบนี้ปกติ เคลียร์ก็จบ แต่วันนี้ไม่จบ จึงต้องทำให้คณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ ซึ่งมีนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธาน ว่าการกระทำแบบถือว่า วษ.ผิด อาจจะโดนตัดสิทธิ์ไม่ให้ขายนมโรงเรียนอีกต่อไป หรือต้องชี้ตัดสินว่าจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำรอยเดิม”











