
ศิริกัญญา ดักคอ “แจกเงินดิจิทัล” ยืมเงินข้ามปี ล้วงทุนสำรองจ่าย 5 หมื่นล้าน
"ศิริกัญญา ก้าวไกล" ชี้ “โครงการแแจกเงินดิจิทัล” สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย 3 ฉบับ 6 มาตรา ดักคอ ยืมเงินข้ามปี-ล้วงเงินทุนสำรองจ่าย 5 หมื่นล้าน วอน สส.พรรคร่วมรัฐบาล คว่ำ
วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 พ.ศ. .... วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการ “เงินดิจิทัลวอลเล็ต” 10,000 บาท
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า การโยกงบประมาณจากปี 67 ไปใช้ข้ามปีในปี 68 ได้หรือจริงหรือไม่ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากงบกลางปี หรือ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง 2561 มาตรา 21 บอกไว้ชัดเจนว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมต้องใช้จ่ายระหว่างปีงบประมาณ จะไปใช้ข้ามปีไม่ได้ ประกอบกับพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 มาตรา 43 ระบุว่า ต้องก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ
“การก่อหนี้ผูกพันต้องเป็นสัญญาที่ทำทั้งสองฝ่าย การลงทะเบียนถือเป็นการให้ฝ่ายเดียว เป็นการทำสัญญาฝ่ายเดียว แต่ถ้าถือว่าการลงทะเบียนเป็นการก่อหนี้ ถ้าวันข้างหน้าหน่วยงานรัฐเอาอย่าง งบประมาณในแต่ละปีจะใช้ไม่หมด และสร้างบรรทัดฐานที่ผิดทำให้การบริหารงบประมาณผิดพลาด”น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า รัฐบาลสามารถแก้ไข พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง 2561 มาตรา 21 ให้ถูกต้องได้ ตนเสนอให้เติมท่อนสร้อยไปว่า เว้นแต่มีเหตุให้เป็นอย่างอื่น โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากครม.จะได้เห็นชัดว่า เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายการเมือง หรือโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะชัดมากว่าใครจะต้องเอาคอขึ้นเขียงเวลาที่ต้องทำผิดกฎหมาย
“ตอนนี้ เวลาที่เรากำลังเดินหน้าลุยไฟ ทำผิดกฎหมายกันอยู่ คนที่เดือดร้อนที่สุด คือ ข้าราชการประจำ ตัวเล็กตัวน้อยที่เป็นคนชงเรื่อง เซ็นเรื่องต่าง ๆ โดยที่ฝ่ายการเมืองยังไม่ต้องมีความรับผิดชอบอะไรเลยในเวลาที่ตัดสินใจต้องทำอะไรที่เสี่ยงผิดกฎหมาย”น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า อีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลเลือกใช้งบกลางเงินสำรองจ่าย 43,000 ล้านบาท จากงบประมาณปี 67 คือ ถ้างบกลางเงินสำรองจ่ายไม่พอเมื่อไหร่ สามารถที่จะเบิกจ่าย “ทุนสำรองจ่าย” ได้อีก 50,000 ล้านบาท ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง 2561 มาตรา 45
“เป็นการตอบข้อสงสัยว่า ทำไมถึงกล้าลดวงเงินลงเหลือ 450,000 ล้านบาท เพราะว่าดูวงเงินทุนสำรองจ่าย 50,000 ล้านบาท ใช้ได้เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ราชการแผ่นดิน แต่จะจำเป็นเร่งด่วนจริงหรือไม่ เพราะในเมื่อต้องไปแจกในไตรมาสสี่อยู่ดี ก็อาจจะไม่”น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เงินทุนสำรองจ่ายเคยถูกใช้มาก่อนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในช่วงแรก แต่รอบนี้ความจำเป็นเร่งด่วนอย่างเดียวที่เห็น คือ ความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องรักษาหน้าของรัฐบาล แต่อย่าลืมว่า ถึงจะใช้ แต่ต้องตั้งงบคืนในโอกาสแรก ในปี 69 หรือ เรียกว่า “ยืมเงินข้ามปี”
“ถ้ารัฐบาลบอกว่าไม่เคยคิดจะใช้ก็ถือว่า ดี เป็นวาสนาของประเทศที่จะไม่มีการใช้เงินทุนสำรองจ่าย แต่ก็วนกลับมา พอพถึงเวลาลงทะเบียนจริง แล้วงบไม่พอแจกทุกคน คนมาลงทะเบียนเกิน 45 ล้านคน จะเสี่ยงผิด พ.ร.บ.เงินตรา 2501 มาตรา 9 หรือไม่ หรือ สุดท้ายทำให้ร้านค้าที่จะต้องไปขึ้นเงินสด ขาดความเชื่อมั่น ถ้าไปปแลกช้าจะได้เงินคืนหรือไม่”น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ยังไม่หมดที่รัฐบาลจะทำผิดกฎหมาย การตีความงบประมาณโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต ในการทำปีงบประมาณ 67 ในส่วนรายจ่ายลงทุน ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 20 ระบุว่าถ้าจะตั้งงบประมาณแล้ว งบประมาณรายจ่ายลงทุนต้องไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งถ้ารวมดิจิทัลวอลเล็ตตามการตีความว่าเป็นรายจ่ายลงทุน 80% เข้าไป ก็จะมีสัดส่วนสูงถึง 22.4% และเกินกว่าการขาดดุลงบประมาณที่ 8.76 แสนล้านบาท แต่ถ้าตีความตามที่เป็นจริง ก็จะไม่ผ่านทั้งเกณฑ์ 20% และเกณฑ์ที่ต้องเกินการขาดดุลงบประมาณ
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ปัญหาในเรื่องความไม่พร้อม อีก 15 วัน หรือวันที่ 1 สิงหาคม 2567 จะมีการเริ่มลงทะเบียนแล้ว แต่วันนี้ยังหาเจ้าภาพไม่ได้เลย รัฐบาลยังคงเสนอเป็นภาพรวมไว้ในงบกลาง ซึ่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 22 ระบุว่าตั้งได้เฉพาะเมื่อไม่สามารถจัดสรรให้หน่วยรับงบประมาณหรือไม่ควรจัดสรรให้หน่วยรับงบประมาณเท่านั้น
“รัฐบาลสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมาย ครั้งนี้ ถ้าทำต่อไปได้จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิด ๆ ในการบริหารจัดการงบประมาณไปในอนาคต ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายที่เราประเมินไม่ได้”น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ภาระที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไม่ได้จบแค่งบประมาณปี 2567-2568 มันจะตามเราอีกไปถึงปี 2569-2570 และจะไปทำให้พื้นที่ที่จะมีงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาประเทศต่างๆ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ
“นี่จะเป็นกระสุนนัดใหญ่ นัดแรก นัดเดียว และนัดสุดท้ายของทั้งรัฐบาลที่จะได้มีโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณที่จะเกิดขึ้นตามมา”น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า วันนี้ตนขอส่งความห่วงใยไปยังพรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะกลายมาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายครั้งนี้หรือไม่ ถ้ายังพอยึดถือหลักการอะไรอยู่ในหัวใจ ยังถือหลักวิชาการ มีความรู้เรื่องงบประมาณและการคลัง คงรู้ได้โดยไม่ต้องสงสัยว่าทำแบบนี้จะทำให้ประเทศสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างไร
“ขอโน้มน้าวให้ สส.ฝ่ายรัฐบาลช่วยกันคว่ำร่างพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีเพิ่มเติมฉบับนี้”น.ส.ศิริกัญญาทิ้งท้าย












