thansettakij
thansettakij
"อีสท์ วอเตอร์" ยันส่งมอบพื้นที่-ทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์ตามกำหนด

"อีสท์ วอเตอร์" ยันส่งมอบพื้นที่-ทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์ตามกำหนด

10 ก.ค. 67 | 05:22 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 67 | 05:22 น.

"อีสท์ วอเตอร์" ยันส่งมอบพื้นที่-ทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์ตามกำหนด เผยดำเนินการเรียบร้อยตั้งแต่ 31 ธ.ค. 66 พร้อมเดินหน้าการเชื่อมโยง Water Grid ให้กลับมาสมบูรณ์ตามเดิมโดยเร็ว

นายสมบัติ อยู่สามารถ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาอีสท์ วอเตอร์ ได้ดำเนินการตามแผนงานการส่งมอบพื้นที่และทรัพย์สินอื่นๆ โครงการบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกแล้ว ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย 

  • วันที่ 11 เมษายน 2566 ส่งมอบทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงการคลัง โครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล - หนองค้อและโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ - แหลมฉบัง (ระยะที่ 2)
     
  • วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญาการบริหารและการดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก 

หลังจากนั้นวันที่ 12 มีนาคม 2567 กรมธนารักษ์มีหนังสือถึงอีสท์ วอเตอร์ ยกเลิกสิทธิ์การใช้ที่ดินและขอให้คืนพื้นที่เพิ่มเติมจำนวน 4-3-21 ไร่ ในบริเวณพื้นที่โครงการหนองปลาไหล มาบตาพุด 2 และโครงการหนองปลาไหล มาบตาพุด 3 ของอีสท์ วอเตอร์ ที่ได้รับอนุญาตการใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์อยู่แต่เดิม

อีสท์ วอเตอร์จึงได้เข้าหารือกับกรมธนารักษ์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 รวมถึงได้นำเรียนให้ทราบถึงผลกระทบ และความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้ใช้น้ำ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ปัญหาและอุปสรรคที่ต้องเร่งดำเนินการ รวมถึงผลกระทบกับการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของอีอีซี (EEC)  และได้นำส่งแผนงานฉบับสมบูรณ์ของการส่งมอบคืนพื้นที่ 

โดยกรมธนารักษ์ได้รับเรื่องไว้แล้วเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาและตอบกลับจากกรมธนารักษ์ 

"อีสท์ วอเตอร์ จะดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และทุกภาคส่วนในพื้นที่อีอีซี โดยให้ความสำคัญแก่ผู้ใช้น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อีอีซีเป็นหลัก และจะเร่งเดินหน้าโครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อให้โครงข่ายท่อส่งน้ำ (Water Grid) ของอีสท์ วอเตอร์ ให้กลับมาสมบูรณ์ รองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น สร้างการเติบโต และเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำให้แก่พื้นที่ภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนตลอดไป"