
อีอีซี แนะช่อง “เอเชีย เอรา วัน” ยื่นอุทธรณ์ต่ออายุบีโอไอ ทำ “ไฮสปีดเทรน”
เลขาฯ อีอีซี แนะนำช่องทาง “เอเชีย เอรา วัน” ยื่นขออุทธรณ์ต่ออายุบัตรส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ ทำ “ไฮสปีดเทรน” หลังจากหมดอายุลงแล้ว และบีโอไอ ไม่ต่อให้ ด้าน “ภูมิธรรม” ขอดูรายละเอียดก่อนว่าเดินต่อยังไง
วันนี้ (29 มกราคม 2567) ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บัตรส่งเสริมการลงทุนที่ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ให้กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด บริษัทเอกชนคู่สัญญากับรัฐในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน มูลค่ากว่า 2.24 แสนล้านบาท ได้หมดอายุลงแล้ว แต่ทางเอเชีย เอรา วัน ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ขอต่ออายุกับทางบีโอไอได้
ที่ผ่านมา สำนักงานบีโอไอ ได้ออกบัตรส่งเสริมการลงทุนให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ไปแล้ว พร้อมทั้งได้รับการเสนอขอต่ออายุมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนจะหมดอายุไปแล้วเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันในการเสนอขอขยายระยะเวลาครั้งที่ 3 ในช่วงที่ผ่านมา บีโอไอ ได้ทำหนังสือสอบถามความเห็นจาก สกพอ. และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แล้ว โดยได้ข้อสรุปว่า ไม่อนุมัติการต่ออายุให้
ทั้งนี้เนื่องจากหนังสือตอบกลับจากทั้งสองหน่วยงานเห็นว่า ความล่าช้าของโครงการจะส่งผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน ส่วนการแก้ไขสัญญาร่วมทุนฯ ไม่มีผลต่อการขอรับบัตรส่งเสริม จึงไม่ควรขยายเวลาออกไปอีก แต่บริษัทก็ยังสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมใหม่ได้เมื่อมีความพร้อม หรือแก้ไขสัญญาแล้วเสร็จ
“ตอนนี้บริษัทก็สามารถอุทธรณ์กับบีโอไอต่อไปได้ ส่วนขั้นตอนการแก้ไขสัญญาตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ” ดร.จุฬา ระบุ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) กล่าวว่า จะขอให้ทาง สกพอ. รายงานรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงการไฮสปีดเทรนให้ทราบก่อนว่าตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไร ติดขัดเรื่องอะไรบ้าง เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้
“จะต้องดูว่าโครงการเดินหน้าไปตามกระบวนการอย่างไรบ้าง เพราะไฮสปีดเทรน เป็นปัจจัยสำคัญของโครงการอีอีซี และได้มอบหมายเลขาฯอีอีซี ไปว่าให้ดูแลโครงการว่าจะเดินหน้าต่อไปยังไง จุดไหนที่ทำให้มีข้อจำกัด ทางกฎหมายมีอะไรติดขัด หรือมีอะไรทำได้หรือไม่ ก่อนสรุปข้อมูลมารายงาน คิดว่าไม่นานนี้จะมีคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น” นายภูมิธรรม กล่าว
ทั้งนี้ในกรณีที่ภาคเอกชนอาจจะยกเลิกการลงทุนมีความเป็นไปได้หรือไม่ และหากเกิดขึ้นจริงจะกระทบโครงการอย่างไร รองนายกฯ ยอมรับว่า ก็ต้องไปดูในรายละเอียดว่าติดขัดอย่างไร หรือมีข้อเสนออย่างไร ก็ขอให้ไปเจรจาเพื่อหาทางออก เพราะรัฐบาลอยากให้โครงการเดินต่อไปได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เพราะปัจจุบันโครงการเดินหน้ามามากแล้ว
ส่วนการแก้ไขสัญญากับเอกชนผู้ร่วมลงทุนนั้น ประธานบอร์ด กพอ. ยืนยันว่า คงต้องดูให้สอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร หากไม่ใช่และเป็นไปได้ยากก็ต้องมาคิดดูว่าจะจัดการอย่างไร ส่วนข้อสรุปของการขับเคลื่อนโครงการนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดไทม์ไลน์ออกมาชัดเจน เพราะต้องขอดูข้อมูลก่อนว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร






