
ที่ปรึกษานายกฯ พูดชัด เงินดิจิทัล 10000 บาท จ่อได้ใช้ก.ย.67-ผ่านเป๋าตัง
"พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี" คาด โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะมีผู้ได้รับสิทธิ์เหลือ 40 ล้านคน ส่อเริ่มได้ใช้กันยายนปี 2567 ระบุ 90% อาจต้องใช้แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง
วันนี้ (30ต.ค.66) นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการร่วมเสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ "นานาทัศนะกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท : เป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้ความท้าทายและพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไปของประเทศ" ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และคณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10000 บาท นี้มีหลายอย่างจะมีการปรับเปลี่ยน เช่น การให้สิทธิประชาชน 56 ล้านคน เพราะหลายฝ่ายเห็นว่าไม่ควรแจกคนรวย เพราะการให้เงินคนรวยไม่ได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากคนรวยจะเอาเงินในส่วนนี้ทดแทนค่าใช้จ่าย และเก็บเงินของตัวเองไว้แทน แต่ถ้าให้คนที่พอมี จะสามารถนำไปใช้หนี้
-
แอปฯลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10000 กลุ่มไหนได้สิทธิอันดับแรกอ่านเลย
-
เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 ปี 66/67 ตรวจสอบไทม์ไลน์ล่าสุดที่นี่
"ดังนั้นตัวเลขประชาชนที่ได้สิทธิจะเหลือ 40 กว่าล้านคน ซึ่งยังไม่รวมผู้ที่ไม่มาลงทะเบียนอีก เชื่อว่า โครงการดังกล่าวจะใช้เงินจากงบประมาณ แต่คงไม่ถึง 500,000 ล้านบาท โดยผ่านการอนุมัติจากสภา ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะมีความล่าช้า ไม่น่าจะทันในเดือนกุมภาพันธ์ แต่จะสามารถใช้ได้ในช่วงเดือนกันยายนแทน"นายพิชัย กล่าว
ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันน่าจะมีเร่งดำเนินการงบประมาณปี 2568 ไปด้วย เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและแล้วเสร็จในเวลาใกล้เคียงกัน ส่วนเงื่อนไขที่จะใช้เงินได้ในระยะ 4 กม. นั้นคงไม่มีแล้ว แต่จะให้อยู่ในอำเภอหรือเขตเดียวกัน เพื่อให้เกิดการกระจายอย่างทั่วถึง
”วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งข้างบน ข้างล่าง ตรงกลาง กรอบหมดแล้ว ไม่สามารถจะกู้เพิ่ม รายได้ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นโครงการนี้จึงจำเป็น กระตุ้นความเชื่อมั่น ความคึกคัก แต่โครงการนี้ก็จะต้องควบคู่ไปกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการทางเศรษฐกิจที่ต้องทำให้มองเห็น เป็นโจทย์ยากที่รัฐบาลต้องทำให้สอดคล้องกันให้ได้” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย ยังย้ำว่า จำเป็นต้องแจกเงินเป็นเงินดิจิทัลเพื่อบังคับให้มีการใช้จ่าย ส่วนคนที่จะมาขึ้นเงินก็ต้องลงทะเบียนและเสียภาษีด้วย ทั้งนี้การแจกเงินอาจจะได้ไม่พร้อมกัน และอาจจะได้ใช้เงินในช่วงที่มีวันหยุด เช่นปีใหม่ หรือสงกรานต์ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว
"และเชื่อว่า 90% น่าจะกลับไปใช้ แอปพลิเคชั่นเป๋าตังเนื่องจากมองว่า การพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลานานและยุ่งยาก" นายพิชัย กล่าว






