
เงินอุดหนุนบุตรเดือนกันยายน 2566 กลุ่มตกหล่น 3 พันคน ต้องทำยังไง
เงินอุดหนุนบุตรเดือนกันยายน 2566 จำนวน 600 บาท ยังไม่โอนเข้าบัญชี-รายชื่อตกหล่น จำนวน 3,000 คน ต้องทำยังไง ตรวจสอบรายละเอียดด่วนที่นี่ หลัง "วราวุธ ศิลปอาชา" สั่งดำเนินการด่วน
เงินอุดหนุนบุตรเดือนกันยายน 2566 จำนวน 600 บาท หลังจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน ภายใต้สังกัด กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุษย์ หรือ พม. ได้เลื่อนจ่ายเงินอุดหนุนบุตรเดือนกันยายน 2566 จำนวน 600 บาท ที่ได้รับสิทธิตั้งแต่อายุ 0-6 ขวบ จากเดิมต้องโอนจ่ายทุกวันที่ 8 กันยายน แต่เดือนกันยายนเลื่อนจ่ายเงินอุดหนุนบุตร มาเป็นวันที่ 18 กันยายน 2566 ไม่เกินเวลา 12.00 น.นั้น ล่าสุด กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้โอนเงินอุดหนุนเด็กไปแล้ว จำนวน 2,288,377 ราย เป็นเงิน 1,462,740,00 บาท จากจำนวน 2.3 ล้านคน แต่ปรากฏว่าเงินอุดหนุนบุตรเดือนกันยายน 2566 มีกลุ่มตกหล่นจำนวน 3 พันคน
เงินอุดหนุนบุตร กลุ่มตกหล่น 3 พันคน ดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์สอบถามได้ดังนี้
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
- 06 5731 3199
- 08 3431 3533
- 08 2037 9767
- 08 2091 7245
- 02651 6902
- 0 2651 6920
- 0 2651 6534 (ในวันเวลาราชการ จันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 - 17.00 น.)
- หรือติดต่อสอบถามได้ที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด (พมจ.) / สายด่วน 1300 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
นอกจากนี้สามารถตรวจสอบได้ 3 ช่องทาง ดังนี้
- ผ่านเว็บลิงค์ เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน : http://csgcheck.dcy.go.th/public/eq/popSubsidy.do
- ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ดาวน์โหลดแอปฯ “ทางรัฐ” ได้ที่ https://czp.dga.or.th/cportal/sdk/landing/index.html
- แอปพลิเคชัน“เงินเด็ก” ดาวน์โหลดแอปฯ “เงินเด็ก” ได้ที่ AppStore และ PlayStore
สั่ง พมจ.ดำเนินการเร่งด่วน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)ไปตรวจสอบแต่ละกรณีว่า ข้อมูลไม่ตรงกันตรงไหน อย่างไร และจะปรับจูนอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดกรณีอย่างนี้อีก ทั้งนี้กลุ่มตกหล่นจำนวน 3 พันกว่าคนนี้ หากดำเนินการเอกสารแล้วเสร็จ จะโอนเงินตกเบิกแล้วเงินก็จะเข้าในงวดถัดไป หรือ เดือนถัดไป
“เราต้องส่งเสริมให้เด็ก 0-6 ขวบ กว่า 4 ล้านคน เข้าถึงสิทธิ์นี้ ทำให้เคสที่ต้องถูกคัดออกลดลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ จากปัจจุบันที่มีการขอใช้สิทธิราวๆ 2.8 ล้านคน ดังนั้น ต้องให้ผู้ปกครองรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์และสามารถใช้สิทธิ์นั้นได้ เพราะเชื่อว่ายังมีอีกมากที่ไม่ทราบว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่างๆ อย่าว่าแต่เด็กเลย เราต้องส่งเสริมให้คนทุกกลุ่มรู้สิทธิ์ตัวเอง” นายวราวุธกล่าว.
ที่มา: กรมกิจการเด็กและเยวชน












