thansettakij
thansettakij
แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเร่งช่วยไรเดอร์ แจกคูปองน้ำมัน-อัดงบรับมือต้นทุนพุ่ง

แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเร่งช่วยไรเดอร์ แจกคูปองน้ำมัน-อัดงบรับมือต้นทุนพุ่ง

26 มี.ค. 69 | 10:51 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มี.ค. 69 | 10:52 น.

Grab–LINE MAN–Lalamove เร่งอัดงบช่วยไรเดอร์ รับแรงกระแทกน้ำมันแพง หวังประคองอีโคซิสเต็มเดลิเวอรี-ขนส่ง ท่ามกลางต้นทุนพุ่ง

แรงกระแทกจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อภาคการขนส่งหรือผู้บริโภคเท่านั้น แต่กำลังลุกลามเข้าสู่ “เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจเดลิเวอรีและเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยหลักของระบบ

ล่าสุด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่เริ่มขยับตัวอย่างชัดเจน เพื่อประคอง “อีโคซิสเต็ม” ของตนเอง ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดสรรงบประมาณรวม 10 ล้านบาท เพื่อมอบ “อินเซนทีฟพิเศษ” ช่วยเหลือคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Grab โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งบริการรับ-ส่งผู้โดยสารและเดลิเวอรี

รูปแบบการสนับสนุนจะเป็นการช่วยเหลือค่าดูแลน้ำมันในทุกเที่ยวของการให้บริการ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2569 สำหรับผู้ให้บริการที่ใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง

อัตราการสนับสนุนจะถูกกำหนดตามระดับ (Tiering) ของผู้ให้บริการ และบริษัทจะโอนเงินเข้าสู่กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยอัตโนมัติภายในวันที่ 6 เมษายน 2569 สะท้อนถึงความพยายามในการช่วยลดภาระต้นทุนในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวน

แกร็บระบุว่า บริษัทติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนขับ ไรเดอร์ ร้านอาหารพาร์ทเนอร์ และผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งจับตานโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการตรึงราคาน้ำมัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อค่าครองชีพของประชาชน

ด้านนายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ยอมรับว่า สถานการณ์ความขัดแย้งด้านพลังงานส่งผลกระทบต่อธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากต้นทุนหลักของระบบคือเชื้อเพลิง

บริษัทจึงอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนไรเดอร์ในระยะสั้น หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงและเริ่มกระทบต่อรายได้ของผู้ให้บริการ

แม้ตลาดเดลิเวอรีอาจเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่พฤติกรรมการทำงานแบบ Work from Home ยังถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงความต้องการใช้บริการในบางส่วน

ขณะที่แพลตฟอร์มขนส่งอย่างลาลามูฟ ระบุว่า บริษัทกำลังติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบต่อทั้งพาร์ทเนอร์คนขับ ผู้ใช้งาน และผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่อง

ลาลามูฟย้ำว่า คนขับถือเป็นกลไกสำคัญของแพลตฟอร์ม และบริษัทจะพิจารณามาตรการสนับสนุนอย่างเหมาะสม โดยยังคงมอบสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เช่น บัตรกำนัลน้ำมัน และโบนัสจากภารกิจ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ให้บริการ

ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทยังเน้นการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา เพื่อให้บริการขนส่งยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น