
คมนาคม คลอดมาตรการชดเชยค่าเชื้อเพลิง อุ้ม 4 กลุ่มระบบขนส่ง รับน้ำมันแพง
‘คมนาคม’ เด้งรับภาครัฐ ชูมาตรการชดเชยค่าเชื้อเพลิง หนุน4 กลุ่มภาคขนส่ง หลังน้ำมันดีเซลพุ่ง หนุนใช้ระบบ GPS คุมจ่ายตามจริง-โอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ จับมือมหาดไทย-พลังงาน สั่งทุกจังหวัดสำรองน้ำมัน อุ้มรถสาธารณะ ยันสงกรานต์ไร้น้ำมันขาดแคลน
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเสนอมาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าเพื่อชดเชยค่าเชื้อเพลิงแก่ผู้ให้บริการขนส่ง 4 กลุ่มหลักที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง
- กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย รถบรรทุกสินค้า, รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่, รถโดยสารขนาดเล็ก และรถจักรยานยนต์รับจ้าง
- การจ่ายเงินชดเชยจะคำนวณตามปริมาณการใช้งานจริง โดยใช้ข้อมูลจากระบบ GPS สำหรับรถขนาดใหญ่ และให้ผู้ขับขี่รถขนาดเล็กและจักรยานยนต์รับจ้างลงทะเบียนเพื่อติดตามการใช้งาน
- เงินช่วยเหลือจะถูกโอนโดยกระทรวงการคลังเข้าบัญชีผู้ประกอบการโดยตรงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือพร้อมเพย์
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่มีต่อประชาชนผู้บริโภค โดยเน้นย้ำให้มีผลกระทบต่อราคาค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคให้น้อยที่สุด
ทั้งนี้จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือในลักษณะการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าตามแนวทางของรองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มผู้ให้บริการขนส่งโดยตรงซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย
- กลุ่มรถบรรทุกสินค้า
- กลุ่มรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่
- กลุ่มรถโดยสารขนาดเล็ก
- กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง
สำหรับกลุ่มรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่นั้น เบื้องต้นกรมการขนส่งทางบกจะใช้ระบบ GPS ในการติดตามพิกัดและการใช้งานจริงของรถแต่ละคัน โดยนำข้อมูลการใช้งานจริงนี้มาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณเงินสนับสนุน
นายชยธรรม์ กล่าวต่อว่า รูปแบบการจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการขนส่ง โดยกระทรวงการคลังจะดำเนินการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือพร้อมเพย์ (PromptPay) ให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรงตามปริมาณการใช้จริง
ส่วนกลุ่มรถโดยสารขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์รับจ้างนั้น มีความจำเป็นต้องให้ผู้ขับขี่ลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อเข้าสู่ระบบการติดตาม (Tracking) ให้ทราบถึงการใช้งานจริงก่อนที่จะดำเนินการให้เงินอุดหนุนผ่านระบบในลำดับถัดไป เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณสนับสนุนถึงมือผู้ที่ให้บริการจริง
นายชยธรรม์ กล่าวต่อว่า นอกจากมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนน้ำมันแล้ว การเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
อย่างไรก็ดีกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และกรมการขนส่งทางบก เตรียมจัดหารถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการเดินทางของประชาชน
ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยในการกำหนดจุดเติมน้ำมันหรือสถานีน้ำมันพิเศษสำหรับรถโดยสารสาธารณะในทุกจังหวัด
ทั้งนี้กระทรวงพลังงานเป็นผู้จัดสรรน้ำมันเข้าสู่จุดเติมเหล่านี้โดยเฉพาะ เพื่อแยกการใช้บริการออกจากน้ำมันที่ประชาชนทั่วไปใช้เติมรถส่วนตัว
สำหรับมาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างการรอคิวเติมน้ำมัน และสร้างความมั่นใจในระบบขนส่งสาธารณะจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการให้บริการประชาชนในทุกเส้นทางทั่วประเทศตลอดช่วงเทศกาล





