
สงครามดันน้ำมันโลกพุ่ง จำเป็นขึ้นราคา ย้ำไทยถูกกว่าอาเซียน-เร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง
พลังงานชี้สงครามดันน้ำมันโลกพุ่ง จำเป็นขึ้นราคา ย้ำไทยยังถูกกว่าอาเซียน-เร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง รับวิกฤตตะวันอกกลาง
KEY
POINTS
- สถานการณ์สู้รบที่รุนแรงและยืดเยื้อในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาตาม
- ราคาน้ำมันดีเซลของไทยยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์
- ภาครัฐใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าอุดหนุนราคาเพื่อบรรเทาผลกระทบ และกำลังเร่งออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และ อิหร่าน ที่มีความรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
แต่เป็นวิกฤตราคาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ขณะที่ยังต้องมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาตลาดโลกที่ปรับตัวอย่างรุนแรง
ซึ่งผลจากการสู้รบครั้งนี้ แม้แต่ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบเป็นของตัวเองอย่างประเทศมาเลเซีย เมื่อวานนี้ก็ได้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขึ้นถึง 7 บาทต่อลิตรเช่นกัน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 45.59 บาทต่อลิตร โดยราคานี้เป็นราคาที่ไม่มีการเก็บภาษีเหมือนประเทศไทย
ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร และเมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ 100.26 บาท ฟิลิปปินส์ 68.26 บาท ลาว 64.14 บาท เวียดนาม 47.16 บาท ราคาขายของไทยยังคงถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ
นอกจากนี้ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยวันนี้มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ 19.12 บาท หรือเกือบ 1,700 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์วิกฤตจนถึงปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ชดเชยราคาน้ำมันไปแล้วรวมกว่า 38,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน กำลังเร่งหารือกับกระทรวงการคลังในส่วนของการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่ก็ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพด้านการคลังของประเทศด้วย
รวมถึงการเตรียมออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดยังคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
“ด้วยสถานการณ์มีความยืดเยื้อและรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้จำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับราคาในตลาดโลก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนด้วย การสู้รบครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและยังไม่มีทีท่าจะจบลงในเร็ววัน ทุกประเทศทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบ“






