
ปลัดเกษตรฯ เข้มงัดใช้กฎหมาย สกัดราคายางดิ่งเหว
ราคายางยังหัวทิ่ม ต่อเนื่อง ปลัดเกษตรฯ บังคับใช้ 3 กฎหมายอย่างเข้มข้น หวังสกัดราคาร่วง ขณะที่เอกชนมองนโยบาย นักเก็งกำไรไม่กลัว แต่หากซื้อยางเก็บสต็อก ปลุกทั้งโลกตื่นแน่
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รายงานสถานการณ์ราคายาง ณ วันที่ 9 พ.ย.2563 ราคา ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ 59.19 บาท/กก. ราคาปรับลงมาที่ 81 สตางค์ เช่นเดียวกับราคายางแผ่นรมควัน ก็ปรับลงมา 1.76 บาท/กก. ราคาอยูที่ 60.95 บาท/กก. ระบุสาเหตุเพราะราคายางได้รับปัจจัยกดดันราคาจากราคาตลาดล่วงหน้าต่างประเทศปรับตัวลดลง รวมถึงค่าเงินบาทและเงินเยนแข็งค่า เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านจึงทำให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผนึกกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหวังสกัดราคายางลงนั้น
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการหารือแนวทางเฝ้าระวังสถานการณ์ยางพารา และมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราทั้งระบบ ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมวิชาการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ กรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ยางพาราที่ผันผวนในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีปัจจัยจากหลายสาเหตุ อาทิ ผู้ประกอบการเก็งกำไรในช่วงสถานการณ์ผันผวน นักลงทุนเทขายในตลาดล่วงหน้าต่างประเทศเพื่อทำกำไร และปริมาณสต๊อกยางเซี่ยงไฮ้ปรับตัวสูงขึ้น ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 อยู่ที่ 253,537 ตัน เพิ่มขึ้น 5,627 ตัน จากสัปดาห์ก่อนเนื่องจากมีการซื้อเข้าสูงในช่วงก่อนหน้า และปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ การขาดแรงงานจากสถานการณ์โควิด-19 ที่หลายประเทศประกาศล็อกดาวน์ มาตรการต่าง ๆ จากภาครัฐ รวมทั้งสถานการณ์โรคใบร่วง และสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตก พายุเข้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมอื่น ๆ อีก เช่น ราคาน้ำมันดิบ และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลให้ปริมาณยางพาราที่ออกสู่ตลาดลดลง เป็นปัจจัยทำให้ราคายางพาราผันผวนนั่นเอง
จากการหารือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มติที่ประชุมเห็นชอบให้นำมาตรการทางกฎหมายเพื่อมาบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยและสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าพ.ศ. 2560 โดยกำหนดให้จุดรับซื้อยางต้องติดป้ายแสดงราคารับซื้อยางพาราที่ชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจขายยางของเกษตรกร หากพบว่าผู้ประกอบกิจการยางหรือผู้รับซื้อยางมีพฤติกรรมที่ส่อให้เห็นว่าร่วมกันกำหนดราคาหรือเงื่อนไข กฎเกณฑ์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 อีกทั้ง ระบุให้ผู้ค้ายางทุกรายจะต้องมีใบอนุญาตค้ายาง และต้องรายงานบัญชีการซื้อขายยาง ตาม พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ซึ่งกรมวิชาการเกษตรและการยางแห่งประเทศไทย จะร่วมมือกันในการออกตรวจใบอนุญาตค้ายางแบบปูพรมทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ กยท. ยังมีโครงการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางควบคู่กับมาตรการทางกฎหมายดังกล่าว เช่น โครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกร การเพิ่มจุดรับซื้อและรวบรวมน้ำยางสด โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ตั้งคณะติดตามสถานการณ์ราคายางพาราผันผวน โดยมอบให้ปลัด กษ. เป็นประธานคณะกรรมการ และจะเชิญผู้ประกอบกิจการมาเพื่อขอความร่วมมือในการดำเนินการแก้ไขปัญหาราคายางอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ตั้งคณะติดตามสถานการณ์ราคายางพาราผันผวน โดยมอบให้ปลัด กษ. เป็นประธานคณะกรรมการ และจะเชิญผู้ประกอบกิจการมาเพื่อขอความร่วมมือในการดำเนินการแก้ไขปัญหาราคายางอย่างเร่งด่วน
ดร.ปรีดี ลีลาเศรษฐวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ รับเบอร์ จำกัด เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความจริงนโยบายรัฐมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งที่มองเห็น ได้แก่ 1.สร้างข่าวได้ 2.สร้างความตื่นตัวได้ มีผลทางจิตวิทยา เพราะในโลกของยางที่ผันผวน ราคาส่วนหนึ่งที่ผันผวนเกิดจากจิตวิทยาของนักเก็งกำไร แล้วภาครัฐมีข่าวสารออกไปย่อมมีผลต่อนักเก็งกำไรบ้าง แต่การออกเสียงไปแบบนี้นักเก็งกำไรไม่ค่อยกลัวเท่าไร ไม่ค่อยเป็นรูปธรรม แต่จะกลัวในลักษณะที่ทำแล้วให้เกิดซัพพลายหายออกจากตลาดจริง ยกตัวอย่างโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ในปี 2554-2555 มาต่อกับโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง (บัฟเฟอร์ฟันด์)ซึ่ง มีการดึงหายยางออกไปจริง ครั้ง 4-5 หมื่นตัน ถึง 2 แสนตัน ค่อนข้างเป็นรูปธรรม มีผลต่อตลาดอย่างแน่นอน
"ในกรณีนโยบายที่ออกมาในปัจจุบันนักเก็งกำไร จะมองว่านโยบายที่ออกมามีผลต่อซัพพลายหรือไม่ แล้วถ้าไม่มีผลต่อซัพพลาย ก็ไม่น่าที่จะไปแก้ปัญหาได้ เนื่องจากในช่วงยางพารา เดือน ฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นฤดูหนาวผลผลิตจะออกมามาเป็นปกติอยู่แล้ว ราคายางพาราในช่วงนี้หากให้สถาบัน/สหกรณ์เก็บไว้เพื่อชะลอการขาย ราคาสูงเกินไปหรือไม่ หากเก็บไว้จะไปขายเมื่อไร แล้วจะได้ราคาสูงกว่าหรือไม่ ในเมื่อยางพารากรีดทุกวัน มีออกมาเรื่อยๆ "











