svasdssvasds

“โควิดหลอน” ยุโรปล็อกดาวน์ ทุบยางร่วง ดิ่งเหว

04 พ.ย. 2563 เวลา 3:40 น. 3.1k

สมาคมน้ำยางข้นฯ เผยโควิดพ่นพิษ ยุโรปล็อกดาวน์ คู่ค้ากังวลชะลอการสั่งซื้อ ทุบราคาน้ำยางสด 5 วัน ต่อเนื่อง เผยโรงงานขาดทุนเจ๊งระนาว ด้านชาวสวนครวญจากขายน้ำยางสดสูงสุด 71.60 บาท/กก. แลกประกันรายได้ คุ้มหรือไม่

จากสถานการณ์ราคายางพาราในประเทศ ยังคงมีทิศทางขาลงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น จากที่มีความต้องการพุ่งปรี๊ด แล้วจู่ทำไมราคายางถึงได้ขาลง ราวกับถูกปลุกให้ตื่นในขณะที่กำลังฝันดีอยู่เลย  เกิดอะไรขึ้น?

 

ชัยพจน์ เรืองวรุณวัฒนา

 

นายชัยพจน์ เรืองวรุณวัฒนา นายกสมาคมน้ำยางข้นไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ตอนนี้กองทุนในตลาดล่วงหน้าเล่นกันหนักมากทั้งเทซื้อเทขายวุ่นวายหมดจึงทำให้ราคาสวิงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับทางฝั่งยุโรปมีล็อกดาวน์ประเทศรอบใหม่ด้วย จึงทำให้ค่ายรถกลัวกันไปว่าจะขายของไม่ได้ จึงมีการชะลอรับซื้อน้ำยางสด และประกอบกับราคาน้ำยางสดมีแนวโน้มลงทุกวัน ทางคู่ค้าก็จะมีการซื้อๆ หยุด เพื่อดึงราคา เพราะคิดว่าวันพรุ่งนี้จะราคาลงอีก ต่างจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีความตระหนกว่ายางพาราจะขาดแคลน แต่วันนี้ด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้เหตุการณ์ตาลปัตรแล้ว จากราคายางที่ต่ำลงโรงงานเองก็ลำบากไม่ต่างชาวสวนยาง เนื่องจากมีน้ำยางต้นทุนราคาสูงเก็บไว้ พอราคาปรับลงแบบนี้โรงงานเองก็ขาดทุนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีจาการที่มี "พายุ" เข้ามาในช่วงนี้ยังเป็นผลดีที่ทำให้ราคาน้ำยางสดไม่น่าจะราคาปรับลงไปมากกว่านี้แล้ว

 

ด้านกลุ่มเกษตรกชาวสวนยาง ได้รายงานสถานการณ์ราคาน้ำยางสด ราคาวันนี้อยู่ที่ 45-48 บาท/กิโลกรัม จากราคา ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563 ราคาน้ำยางสดที่เคยสูงสุด 74.50 บาท/กก. ราคาตกลงมา 26.5-29.5 บาท/กก. คุ้มกันหรือ ที่ ครม. เมื่อวาน (3 พ.ย.63) อนุมัติเงินประกันราคาให้ ตอนนี้รู้สึกมึนๆ เจ็บหัวไปหมด

นายชูชาติ ชูชาติ​ ธุระ​กิจ​จำนง​ คนกรีดยาง อ.นาหม่อม จังหวัดสงขลา กล่าว ราคาน้ำยางสด ณ วันที่ 4 พ.ย.63 ตอนนี้ต้อง วิ่งเช็กกันให้วุ่น เพราะเจ้าสวนเปิดกรีดใหม่กันเต็ม คนกรีดยางเริ่มกลับเข้ามา ในแต่ละวัน กว่าจะรู้ว่าโรงงานไหน เปิดรับชื้อที่เท่าไหร่ จะขายใคร ขายโรงไหน เสี่ยงภัยกันเอง “ยางพารา”สำหรับผม เป็นต้นทุน ส่วนอาชีพรับจ้างทั่วไป ยังเป็นสิ่งเกื้อหนุน ทำให้ผมพอมีกินครบสามมื้อได้

 

“โควิดหลอน” ยุโรปล็อกดาวน์ ทุบยางร่วง ดิ่งเหว

 

 

ด้านสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา การยางแห่งประเทศไทย ประกาศราคาน้ำยางสด ณ หน้าโรงงาน ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน กิโลกรัม ละ 58 บาท ปรับลดลงมาจากเมื่อวาน 6.30 บาท/กิโลกรัม ขณะที่เมื่อวาน (3 พ.ย.63)ราคาน้ำยางสด 64.30 บาท/กิโลกรัม ส่วน "ราคากลางเปิดตลาด" วันนี้ เวลา 10 โมงเช้า ราคายางแผ่นดิบ 67.25 บาท/กิโลกรัม ยางแผ่นรมควันชั้น3 ราคา 68.35 บาท/กิโลกรัม และ ยางก้อนถ้วย 42 บาท/กิโลกรัม

 

  “โควิดหลอน” ยุโรปล็อกดาวน์ ทุบยางร่วง ดิ่งเหว

อลงกรณ์ พลบุตร

 

ขณะที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรและมาตรการเสริมทันทีหลังจาก ครม.สัญจรภูเก็ตอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2563/2564 วงเงิน 51,858 ล้านบาท และโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางระยะที่สองวงเงิน 10,042 ล้านบาทเพื่อดูแลเกษตรกร 2.9 ล้านครัวเรือนรวมวงเงินกว่า 6.19 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวนาและชาวสวนยางในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 พ่วงมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 ประกอบไปด้วย 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 19,826 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 1 พฤศจิกายน 2563 - 31 ธันวาคม 2564 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2564 และ 3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก วงเงิน 610 ล้านบาท ปีการผลิต 2563/64 ระยะเวลาโครงการ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ตุลาคม 2565 ซึ่งจะสามารถดูดซับอุปทานในช่วงที่ข้าวเปลือกออกสู่ตลาดมากเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก มีเป้าหมายอยู่ที่ 7 ล้านตันข้าวเปลือก และจะส่งผลให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพช่วยให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณในการชดเชยตามโครงการประกันรายได้ โดยทั้ง 3 โครงการจะใช้เงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 35,999 ล้านบาท รวมทั้งโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564 โดยให้จ่ายเงินเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับกรมการส่งเสริมการเกษตร ในอัตราไร่ละ 500 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท เป็นการจ่ายก่อนในเบื้องต้น วงเงินจ่ายขาด 28,046 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกันครม.ยังอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 2 วงเงิน 10,042 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.8 ล้านราย พื้นที่ปลูกยางพารากว่า 18 ล้านไร่ โดยยึดหลักเกณฑ์เดิมตามโครงการระยะที่ 1 ส่วนระยะเวลาโครงการ เดือนกันยายน 2563 - กันยายน 2564 (ประกันรายได้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 - 1 มีนาคม 2564) ยิ่งกว่านั้น ครม.สัญจร ยังได้อนุมัติ โครงการคู่ขนานตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2563 โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโรคโควิด-19 และช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางขายไม้ยางพาราได้ในราคาที่เป็นธรรม รวมถึงสนับสนุนการลดพื้นที่ปลูกยางพารา โดยธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี แต่ไม่เกิน 600 ล้านบาท และมีค่าบริหารจัดการโครงการ 4 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายของโครงการมีดังนี้ (1) ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ร้อยละ 80 (2) กระตุ้นการโค่นยาง จำนวน 400,000 ไร่ และดูดซับไม้ยางจากการโค่น จำนวน 12 ล้านตัน และ (3) ราคาไม้ยางที่คาดหวังเฉลี่ย 1,300 บาทต่อตัน ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – กันยายน 2565

 

“โควิดหลอน” ยุโรปล็อกดาวน์ ทุบยางร่วง ดิ่งเหว

 

ทั้งนี้ภายใต้โมเดล “เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด” ตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตมีผลทำให้สถานการณ์การส่งออกดีขึ้นติดลบน้อยลง  ทั้งนี้ จากรายงานของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 9 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 172,996 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.33% เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ถือว่าติดลบน้อยลง โดยการส่งออกไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะส่งออกได้มูลค่า 56,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6% ทำให้ยอดรวมทั้งปี 2563 จะส่งออกมูลค่า 228,904 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบประมาณ 7% ไม่ติดลบถึง 2 หลัก อย่างที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น มาจากการฟื้นตัวของสินค้าส่งออกหลายกลุ่มที่ส่งออกติดลบน้อยลง และหลายตัวเริ่มขยายตัวดีขึ้น โดยมีสินค้า 3 กลุ่มหลักที่ส่งออกเติบโตได้ดี คือ สินค้าอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง เครื่องดื่ม สิ่งปรุงรสอาหาร อาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง เป็นต้น นอกจากนั้นเป็นสินค้านอกกลุ่มอาหารคือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า และโซลาร์เซลล์


“ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 โลกกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารและเป็นโอกาสของประเทศไทยในฐานะครัวโลก กระทรวงเกษตรฯ จึงเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคเกษตรและอาหารอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายเกษตรปลอดภัย นโยบายตลาดนำการผลิตและนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเน้นแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลิตภาพ (productivity) รวมทั้งสร้างศักยภาพใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตลอดจนการเดินหน้าปฏิรูปการบริหารของ22หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯเพื่อเพิ่มประเทศอย่างต่อเนื่อง” นายอลงกรณ์ กล่าว

 

นายอลงกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า สำหรับประเด็นผลกระทบทั้งบวกและลบกรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐนั้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจะวิเคราะห์ผลกระทบทางนโยบายที่มีผลต่อตลาดอเมริกาและจีนทันทีที่ทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ตลาดสหรัฐขยายตัวเพิ่มเกือบ 20% ทั้งนี้ ตลาดส่งออกของไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นโดยตลาดหลัก เพิ่ม 6.3% ได้แก่ สหรัฐฯ เพิ่ม 19.7% ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป 15 ประเทศ อัตราติดลบดีขึ้นโดยลดลงเพียง 1.9% และ 4.4% ตลาดศักยภาพสูง ลด 8.1% โดยอาเซียน 5 ประเทศ ลด 15.6% CLMV ลด 4.8% และเอเชียใต้ ลด 6.3% แต่จีนกลับมาขยายตัว เพิ่ม 6.9% และตลาดศักยภาพระดับรอง ลด 10.1% โดยตะวันออกกลาง ลด 26.1% ลาตินอเมริกา ลด 14.5% รัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS ลด 31.5% ทวีปแอฟริกา ลด 15.3% แต่การส่งออกไปทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 2.1% เป็นบวกในรอบ 6 เดือน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.ไฟเขียวประกันรายได้ข้าว-ยางพารา ปี 2

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด